วัด ศาลเจ้า และปราสาทที่สวยงามของคันไซ (Kansai) หรือคิงกิ (Kinki)

ศาลเจ้าชิระฮิเงะ (Shirahige Shrine), ชิงะ (Shiga)

ศาลเจ้าชิระฮิเงะ (Shirahige Shrine) เป็นศาลเจ้าที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากในปัจจุบันในฐานะจุดเสริมพลังชีวิต(Power Spot) ตั้งอยู่ในเมืองทะคะชิมะ (Takashima City) ทางชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) สร้างขึ้นเมื่อราว 1,900 ปีก่อน และเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานที่สุดในจังหวัดชิงะ (Shiga) เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่สถิตของเทพเจ้าที่ให้โชคในเรื่องการมีอายุยืนยาว มีเสาโทริอิ (Torii) สีแดงชาดซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้าตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลสาบ เป็นภูมิทัศน์ที่งดงามราวภาพวาด

ที่อยู่
Shirahige Shrine

215, Ukawa, Takashima-shi, Shiga

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kyoto โดยสารรถไฟสาย JR Kosei Line ไปลงที่สถานี Omi-Takashima ใช้เวลา 40 นาที จากนั้นเดิน 30 นาที หรือขึ้นแท็กซี่ไปประมาณ 5 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://shirahigejinja.com/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.takashima-kanko.jp/english/area/takashima.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

ปราสาทฮิโคะเนะ (Hikone Castle), ชิงะ (Shiga)

ปราสาทฮิโคะเนะ (Hikone Castle) เป็นปราสาทชื่อดังแห่งเมืองฮิโคะเนะ (Hikone City) ทางริมฝั่งทิศตะวันออกของทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) สร้างขึ้นในปีค.ศ.1603 ในยุคเอะโดะที่เมืองฮิโกะเนะ จังหวัดชิงะ เป็น 1 ใน 12 ปราสาทแบบดั้งเดิมที่ไม่ถูกทำลาย ตัวปราสาทมีทั้งหมด 3 ชั้น มีพิพิธภัณฑ์ปราสาทฮิโกเนะ (Hikone Castle Museum) อยู่ตรงฐานเนินเข้าตัวปราสาทและยังมียุเมะเคียวบาชิ ที่นี่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งความงามทั้งตัวปราสาทและสวนเก็งคิวเอ็น (Genkyu-en Garden)เป็น สวนญี่ปุ่นที่อยู่ภายในบริเวณตัวปราสาท อีกทั้งยังมีการล่องเรือชมความงามของปราสาทฮิโคะเนะ (Hikone Castle) อีกด้วย

นอกจากนี้ก็ขอแนะนำให้ลองไปเดินเล่นที่ ยุเมะเคียวบาชิ ถนนสายปราสาท (Yume-Kyobashi Castle Road) ซึ่งเป็นถนนในเมืองรอบปราสาท โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นโบราณ และเต็มไปด้วยร้านขนมญี่ปุ่นวะงะชิ (Wagashi) และร้านขายของที่ระลึกในท้องถิ่นเรียงรายอยู่มากมาย

ที่อยู่
Hikone Tourist Information Center

1-1, Konki-cho, Hikone-shi, Shiga

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kyoto โดยสารรถไฟสาย JR Tokaido Main Line ไปลงที่สถานี Hikone ใช้เวลา 50 นาที จากนั้นเดิน 10 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.hikoneshi.com/jp/castle/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://visit.hikoneshi.com/en/
http://en.biwako-visitors.jp/spot/detail/212?active=enjoy
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple), เกียวโต (Kyoto)

วัดคิโยมิสึเดระ(Kiyomizu Temple) แปลเป็นภาษาไทยว่า “วัดน้ำใส” เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเกียวโต สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 778 หรือ พ.ศ. 1321 นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเพื่อสักการะและขอพรจากองค์พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม 11 พักตร์ 1000 กร ซึ่งเป็นพระประธานของวัด นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของเทพเอบิสึผู้เป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยมั่งคั่ง

วัดน้ำใสนี้มีความหมายที่มาจาก น้ำที่ใสสะอาดไหลจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa-no-Taki Falls) ซึ่งอยู่ภายในเขตพื้นที่วัด เป็นน้ำตกที่แบ่งย่อยออกเป็นสามสายไหลลงมา และน้ำสามสายนี้ก็ชื่อเสียงเป็นที่ร่ำลือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

ไฮไลท์สำคัญอีกจุดหนึ่งของที่นี่คือ คิโยมิสึโนะบุไต (Kiyomizu no Butai) หรือระเบียงวัดคิโยมิสึซึ่งสูง 12 เมตรจากพื้นใต้หน้าผา จากระเบียงนี้สามารถมองลงมาเห็นวิวเมืองเกียวโตได้ทั่วทั้งเมือง

นอกจากนี้ยังมีถนนสายกาน้ำชา ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Go-Jo zaka สาเหตุที่ได้ชื่อนี้เนื่องจากเป็นแหล่งจำหน่าเครื่องปั้นดินเผาเรียงรายตลอดสองข้างทาง มีกาน้ำชาวางขายเป็นจำนวนมาก  และย่านฮิกาชิยาม่า (Higashiyama) เป็นย่านแหล่งเดินเล่นช้อปปิ้ง มีร้านขายของที่ระลึกมากมายให้เลือกชม ร้านขายของฝากของที่ระลึกสไตล์ญี่ปุ่น อาทิ พัดสารพัดแบบ ร่ม เข็มกลัด ชุดกิโมโน ตุ๊กตาในชุดกิโมโน เป็นต้น อีกทั้งยังมีขนมขึ้นชื่อของเมืองเกียวโต พร้อมมีให้ชิมฟรีอีกด้วย

ที่อยู่
Kiyomizu-dera Temple

1-chome, Kiyomizu, Higashiyama-ku, Kyoto-shi, Kyoto

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kyoto โดยสาร Kyoto City Bus หมายเลข 206, 100 ไปลงที่ Gojozaka ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเดิน 10 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.kiyomizudera.or.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.kiyomizudera.or.jp/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://www.jnto.or.th/newsletter/temples-2014/

ศาลเจ้าฟุชิมิอินะริไทฉะ (Fushimi Inari Taisha Shrine), เกียวโต (Kyoto)

ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ (Fushimi Inari Taisha Shrine)หรือศาลเจ้าจิ้งจอกขาว เป็นศาลเจ้าชินโตที่สร้างขึ้นเพื่อถวายให้แด่เทพอินาริ เทพเจ้าแห่งกสิกรรม เพื่อให้พื้นที่บริเวณนี้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ปลูกข้าวได้ ผลผลิตดีมีคุณภาพ ที่ชาวญี่ปุ่นนับถือมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยวัดแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดอินาริที่ใหญ่ที่สุดของบรรดาวัดอินาริทั้งหมดในญี่ปุ่น มีชื่อเสียงโด่งดัง จากแนวเสาประตูโทริอิ (Torii) สีแดงที่เรียงตัวกันด้านหลังศาลนับหมื่นต้น เรียงต่อทอดยาวจากด้านล่างขึ้น ไปบนยอดเขาสูงถึง 233 เมตร ถ้าตั้งใจเดินตลอดอุโมงค์โทริอิ รอบเขานี้ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว และสถานที่นี้ยังปรากฏในภาพยนตร์ดังเรื่องนางโลมโลกจารึก (Memoirs of a Geisha) ทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั่วญี่ปุ่น และเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจากทั้งในและต่างประเทศ

ที่อยู่
Fushimi Inari Taisha Shrine

68 Fukakusayabunouchi-cho, Fushimi-ku, Kyoto-shi, Kyoto

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kyoto โดยสารรถไฟสาย JR Nara Line ไปลงที่สถานี Inari ใช้เวลา 5 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://inari.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://inari.jp/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

วัดโทไดจิ (Todaiji Temple), นารา (Nara)

วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) เป็นวัดมรดกโลกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 741 ในสมัยนารา ภายในอารามใหญ่ ไดบุทสึเด็น (Daibutsu-den / Great Buddha Hall) เป็นที่ประดิษฐาน พระไวโรจนพุทธ (Vairocana Buddha) โดยตัวอาคารไดบุตสึเด็น (Daibutsuden) ของวัดนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดใน และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปไดบุสึขนาดใหญ่หล่อขึ้นจากทองแดงที่มีความสูงทั้งองค์ 14.98 เมตร น้ำหนักถึง 500 ตัน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปีค.ศ. 1998ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อของพระพุทธรูปใหญ่เมืองนารา (Great Buddha of Nara) นอกจากนี้ที่วัดโทไดจิยังมีสมบัติแห่งชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานพุทธศิลป์หรือสิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนาอันลือชื่ออย่าง ประตูนันไดมง (Nandai-mon Gate) และรูปปั้นเทพเจ้าผู้ปกป้องพระพุทธศาสนาคงโกริคิชิ (Kongorikishi Statue) ให้ได้ชมกันอีกด้วย

สวนสาธารณะนารา ขนาดใหญ่ ภายในสวนเป็นที่อยู่ของกวางจำนวนมาก เมืองนารานั้นมีกวางอาศัยอยู่กว่า 1200 ตัว สามารถพบเห็นได้ง่าย และมักจะออกมาเดินปะปนกับฝูงชน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนาราไปเสีย การให้อาหารกวางก็สามารถซื้อขนมเซมเบ้ (senbei) เป็นขนมสำหรับกวางโดยเฉพาะ มีร้านจำหน่ายอยู่ใกล้ๆ กัน ราคาห่อละ 150 เยน

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 ย่านนารามาจิ (Naramachi)
 วัดโคฟุโคจิ (Kofukoij)
 วัดโฮริวจิ (Horyuji Temple)
 วัดโทโชไดจิ (Toshodaiji Temple)
 ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga Taisha)
 พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา (Nara National Museum)
 พระราชวังเฮอิโจ แห่งเมืองนารา (Heijo Palace/Nara Imperial Palace)

ที่อยู่
Todaiji Temple

406-1, Zoshi-cho, Nara-shi, Nara

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Osaka Nanba โดยสารรถไฟสาย Kintetsu Nara Line ไปลงที่สถานี Nara ใช้เวลา 40 นาที แล้วเดินอีก 15 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.todaiji.or.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.todaiji.or.jp/english/index.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle), โอซาก้า (Osaka)

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) คือสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้า (Osaka) ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปีค.ศ. 1997 มีความโดดเด่นที่ประตูทางเข้าขนาดใหญ่ และกำแพงหินที่สูงถึง 30 เมตร  หอคอยปราสาทจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 ชั้น ปัจจุบันได้มีการสร้างลิฟท์เพื่อให้สามารถขึ้นไปชมตัวปราสาทได้อย่างสะดวกสบายและมีทั้งหมด 8 ชั้น เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของปราสาทแต่ล่ะชั้นก็ได้จัดพิพิธภัณฑ์ที่แสดงสมบัติทางวัฒนธรรมในช่วงระหว่างยุคเซ็งโงะคุ (Sengoku) ถึงยุคเอโดะ (Edo)  ด้านชั้นบนสุดสามารถชมวิวจากหอคอยยอดปราสาทงดงามควรค่าแก่การขึ้นไปชมเพราะจะได้เห็นทัศนียภาพเมืองโอซาก้าทั่วทั้งเมืองเลยทีเดียว  และด้านในมีสวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) ซึ่งอยู่ทางป้อมด้านตะวันตก และบริเวณสวนปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle Park) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่จะเป็นแหล่งชมดอกบ๊วยและจุดชมซากุระยอดนิยม มีต้นซากุระกว่า 600 ต้น

ที่อยู่
Osaka Castle

1-1 Osakajo, Chuo -ku, Osaka, Osaka

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟสาย JR Osaka Kanjo Line ไปลงที่สถานี Morinomiya ใช้เวลา 12 นาที จากนั้นเดิน 20 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.osakacastle.net/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.osakacastle.net/english/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://www.osaka-info.jp/th/facilities/cat11/post_269.html

ภูเขาโคยะ (Mount Koya), วากายะมะ (Wakayama)

ภูเขาโคยะ (Mount Koya) หรือที่รู้จักกันในนาม โคยะซัง (Koyasan) เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนา มีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 1,200 ปี และมีวัดอยู่มากกว่า 100 แห่ง ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดได้แก่ วัดคงโงบุจิ (Kongobu-ji Temple) โคยะซัง (Koyasan)  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสประสบการณ์พร้อมซึมซับบรรยายกาศทางปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่นได้ เช่น พักในที่พักปฏิบัติธรรมชุคุโบ (Shukubo) พร้อมรับประทานอาหารแบบโชจิน-เรียวริ (Shojin Ryori) หรืออาหารเจ ซึ่งปรุงจากผักและพืชพันธุ์ธรรมชาติล้วนๆ และที่นี่ยังมี  โอะคุโนะอิน (Okuno-in) ซึ่งเคยเป็นที่พักแรมของพระสงฆ์ผู้สร้างภูเขาโคยะ (Mount Koya)  จึงเชื่อกันว่าภูเขาโคยะ (Mount Koya) แห่งนี้คือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนาที่เราจะได้สัมผัสกับพลังลึกลับอย่างแท้จริง

ที่อยู่
Kongobu-ji Temple

132, Koyasan, Koya-cho, Ito-gun, Wakayama-ken

แผนที่
การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Nanba (Nankai) โดยสารรถไฟ LTD. EXP KOYA ไปลงที่สถานี Gokurakubashi จากนั้นต่อรถเคเบิ้ลคาร์ Nankai Koyasanไปลงที่สถานี Koyasan ใช้เวลา 90 นาทีแล้วต่อรถ Nankai Rinkai Bus สาย Daimon ไปลงที่ Kongobuji-mae ใช้เวลา 10 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.koyasan.or.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.koyasan.or.jp/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://th.visitwakayama.jp/destinations/koyasan/

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle), เฮียวโงะ (Hyogo)

ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นอันงดงามและทรงคุณค่าติดอันดับของญี่ปุ่น ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เนื่องจากตัวปราสาทมีสีขาวดูคล้ายนกกระยางสยายปีก ที่นี่จึงได้ชื่อเล่นว่า “ปราสาทนกกระยางขาว” สามารถชมโครงสร้างปราสาทอันเป็นรูปแบบเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่ หากได้เข้าไปภายในหอคอยยอดปราสาทสูง 6 ชั้นแถมยังเป็นปราสาทที่รอดพ้นการโจมตีของข้าศึกรวมทั้งภัยธรรมชาติมาโดยตลอด ภายในแบ่งเป็น 7 ส่วน คือ

โซนที่ 1 ประตูแห่งฮิซิ             โซนที่ 2 คูเมืองซังโคคุ          โซนที่ 3 หอคอยนิซิโนะมารุทางเดินระเบียงยาว

โซนที่ 4 หอคุ้มกันเล็ก            โซนที่ 5 ตัวปราสาทหลัก       โซนที่ 6 บิเซนมารุ

โซนที่ 7 คนเฝ้าประตู หน่วยชุดเกราะฮิเมะจิ จุดที่นินจาปรากฏตัว

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 สวนสัตว์แห่งเมืองฮิเมจิ (Himeji Zoo)
 โคโคะเอ็น (Kokoen Garden)
 หอศิลป์ประจำเมืองฮิเมจิ (Himeji City Museum of Art)
 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo prefectural Museum of History)
 วัดเอ็นเกียวจิ (Engyoji) ตั้งอยู่บนภูเขาโชชะซัง (Shoshazan)
 ศาลเจ้าฮาริมาโนะคุนิ (Harimanokunisosha)

ที่อยู่
Himeji Castle

68, Honmachi, Himeji-shi, Hyogo

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Shin-Osaka โดยสารรถไฟ JR Tokaido– Sanyo Shinkansen ไปลงที่สถานี Himeji ใช้เวลา 30 นาที จากนั้นเดิน 20 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.city.himeji.lg.jp/guide/castle/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.jnto.go.jp/eng/spot/castles/himeji.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://www.jnto.or.th/newsletter/himeji-400-years/
https://www.himeji-kanko.jp/th/