แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของคันไซ (Kansai) หรือคิงกิ (Kinki)

ทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa), ชิงะ (Shiga)

ทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) คือทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อยู่ในจังหวัดชิงะ (Shiga) ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลสาบทางทิศใต้ ในอดีตเคยเป็นชุมทางสำคัญระหว่างเกียวโตและโตเกียว

บริเวณรอบๆ ทะเลสาบบิวะ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลสาบทางทิศใต้ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของจังหวัดชิงะ (Shiga) สวนสาธารณะขนาดใหญ่เลียบทะเลสาบบิวะ มีความยาวเป็นระยะทางถึง 5 กิโลเมตร จึงกลายเป็นส่วนพักผ่อนหลักของชาวเมืองโอทสุและที่นี่ยังมีวิวที่สวยงามมากๆ และยังเหมาะกับการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ในช่วงค่ำจะมีการแสดงโชว์น้ำพุเต้นระบำพร้อมกับประดับไฟ โดยนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ หรือจะปั่นจักรยานเพื่อชมบรรยากาศของทะเลสาบบิวะได้  และที่นี้ยังเป็นเมืองที่พัฒนาขึ้นจากวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 วัดฮิเอซังเอนเรียะคุจิ (Hieizan Enryaku-ji Temple)
 ศาลเจ้าฮิโยะชิไทชะ (Hiyoshi Taisha Shrine)
 วัดเอนเรียคุ (Enryakuji Temple)
 คลองบิวะโกะ (The Lake Biwa Canal)
 วัดอิชิยะมะเดระ (Ishiyama-dera Temple)
 เส้นทาง ภูเขาฮิเอซัน และ โอคุฮิเอ
 โอะโงะโตะอนเซ็น (Ogoto Onsen)
 ปราสาทฮิโกะเนะ (Hikone Castle)
 ศาลเจ้าชิระฮิเงะ (Shirahige Shrine)
 ย่านคุโรคาเบะสแควร์ (Kurokabe Square)

ที่อยู่
Biwako Visitors Bureau

6 floor, Collabo Shiga 21, 2-1, Uchidehama, Otsu-shi, Shiga

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kyoto โดยสารรถไฟสาย JR Tokaido Main Line ไปลงที่สถานี Otsu ใช้เวลา 10 นาที จากนั้นโดยสารรถ Ohmi Tetudo Bus ไปลงที่ป้าย Biwako Hall ใช้เวลา 7 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://www.biwako-visitors.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://en.biwako-visitors.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://www.jnto.or.th/attractions/highlight-of-japan/kansai/shiga/

คุระมะ (Kurama), เกียวโต (Kyoto)

คุระมะ (Kurama) คือพื้นที่ที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือจากใจกลางเมืองเกียวโต (Kyoto) โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันงดงามอุดมสมบูรณ์ของภูเขาคุระมะ (Mt. Kurama) ขุนเขาอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์นี้เต็มไปด้วยเรื่องราวตำนานมากมายซึ่งก็รวมไปถึงการเป็นสถานที่สถิตย์ของเทพเจ้า สามารถโดยสารรถไฟเอซัง (Eizan Electric Railway) จากสถานีต้นทาง เดะมะชิยะนะงิ (Demachi-yanagi) ซึ่งอยู่เลียบฝั่งแม่น้ำคะโมะ (Kamo River) ในตัวเมืองเกียวโตไปได้ เพียงขึ้นขบวนรถไฟชมวิว คิระระ (Kirara) ไปก็จะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามตามฤดูกาล

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 วัดคุระมะเดะระ (Kurama-dera Temple) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในฐานะสถานที่สถิตของเทงงุ (Tengu) เทพผู้มีใบหน้าสีแดงและจมูกยาวยื่น และยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

 ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งน้ำ และยังเชื่อกันว่าเป็นจุดเสริมพลังชีวิต (Power Spot) แห่งหนึ่งในเกียวโตที่ให้โชคลาภในเรื่องของความรักอีกด้วยการทำนายดวงชะตาที่ไม่เหมือนกับที่อื่น โดยจะให้สุ่มเลือกกระดาษคำทำนาย ซึ่งเป็นกระดาษพิเศษ (omikuji) โดยจะยังมองไม่เห็นข้อความบนกระดาษ จากนั้นเมื่อนำกระดาษจุ่มลงในน้ำ ข้อความคำทำนายก็จะปรากฏขึ้นมา

 มีร้านอาหารริมลำธารบริเวณ Kibune

 อนเซ็น (Kurama Onsen) อนเซ็นธรรมชาติที่อยู่ใกล้เกียวโตที่สุดให้แช่อีกด้วย

ที่อยู่
Kurama Station

191 Kurama-honmachi, Sakyo-ku, Kyoto-shi, Kyoto

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kyoto โดยสารรถ Kyoto Bus ไปลงที่สถานี Takaragaike ใช้เวลา 50 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Eizan Electric Railway ไปลงที่สถานี Kurama ใช้เวลา 25 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://souda-kyoto.jp/travel/area/kurama.html
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.jnto.go.jp/eng/regional/kyoto/kurama.html
https://www.insidekyoto.com/kurama-and-kibune
https://www.discoverkyoto.com/places-go/kurama-dera/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

อะระชิยะมะ (Arashiyama), เกียวโต (Kyoto)

อะระชิยะมะ (Arashiyama) เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งการเที่ยวชมธรรมชาติได้ทุกฤดูกาลไม่ว่าจะฤดูใบไม้ผลิที่จะเห็นดอกซากุระบานไปทั่ว สีชมพูอ่อนๆตัดกับวิวแม่น้ำสะพานและท้องฟ้า ส่วนในฤดูไม้ใบเปลี่ยนสีก็สามารถที่จะดูธรรมชาติใบไม้ที่เปลี่ยนไล่ระดับส้ม แดง น้ำตาล ไปทั่วหุบเขาเช่นกัน การท่องเที่ยวย่านอะระชิยะมะ (Arashiyama) นี้ โดยทั่วไปจะเริ่มต้นจากที่สะพานโทะเกะทสึ (Togetsu Brige) ที่ทอดตัวข้ามผ่านแม่น้ำคะทสึระ (Katsura River)  จากสะพานแห่งนี้จะได้เพลิดเพลินกับความงดงามของภูเขาอะระชิยะมะ (Arashiyama) ที่สามารถถ่ายรูปกับวิวสวยๆ เป็นที่ระลึกระหว่างเดินเล่นริมฝั่งแม่น้ำและบนสะพานได้ และสามารถที่จะเดินทางไปที่เที่ยวรอบๆ ได้

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 วัดเทนริวจิ (Tenryuji Temple) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
 วัดเซ็นโกจิ (Senko-ji) วัดเล็ก ๆ กลางหุบเขา ก็สามารถเดินเลียบป่าไผ่ที่เป็นจุดไฮไลต์ของย่านนี้
 สวนป่าไผ่ (Bamboo Groves) เป็นเส้นทางเดินเล็กๆที่ตัดผ่านในกลางสวนป่าไผ่
 วัดโอตะกิ-เนนบุสึจิ (Otagi Nenbutsuji) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงเนื่องจากมีมีรูปปั้นพระมากถึง 1200 รูป
 ย่านบ้านเรือนเก่าซากะ โทริอิโมโตะ บ้านไม้สถาปัตยกรรมสมัยเมจิ ซึ่งตอนนี้มีร้านขายของเต็มตลอดสองข้างทาง
 ขบวนรถไฟโทะรกโกะสายซะงะโนะ (Sagano Torokko Train) สายโรแมนติกลัดเลาะไปตามริมเขา สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

ที่อยู่
Togetsu Bridge

Tenryuji-Susukinobaba-cho, Saga, Ukyo-ku, Kyoto-shi, Kyoto

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kyoto โดยสารรถไฟ JR San’in Main Line ไปลงที่สถานี Saga-Arashiyama ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นเดิน 20 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://kanko.city.kyoto.lg.jp/detail.php?InforKindCode=4&ManageCode=6000002
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.insidekyoto.com/arashiyama
https://www.jnto.go.jp/eng/spot/histtown/arashi-yama.html
https://www.discoverkyoto.com/places-go/arashiyama/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://kyoto.travel/th/planyourvisit/course/32

โยชิโนะ (Yoshino), นารา (Nara)

โยชิโนะ (Yoshino) ดินแดนแห่งขุนเขาในจังหวัดนารา (Nara) เป็นที่ตั้งของ ภูเขาโยชิโนะ (Mt. Yoshino) สถานที่ชมดอกซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยสิ่งปลูกสร้างล้ำค่าสมัยโบราณท่ามกลางบรรยากาศเก่าแก่ในช่วงตั้งแต่ต้นเดือนไปจนถึงปลายเดือนเมษายน ซากุระป่าราว 200 สายพันธุ์รวม 30,000 ต้นจะค่อย ๆ ทยอยผลิดอกบานจากด้านล่างไล่ลึกเข้าไปด้านในภูเขา จนกระทั่งภูเขาทั้งลูกถูกย้อมไปด้วยสีชมพูอ่อน สำหรับการเดินทางไปยังภูเขาโยชิโนะนั้น เพื่อความสะดวกแนะนำให้โดยสารกระเช้าไฟฟ้าไป นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวชมซากุระพร้อมชมความงามของสถานที่ต่างๆ ได้อีกด้วย

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 วัดคิมปุเซนจิ (Kinpusen-ji Temple) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโยชิโนะ
 ศาลเจ้าโยชิมิซุ (Yoshinizu Shrine) ที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ซากุระอันงดงาม
 ศาลเจ้าโยชิโนะ มิกุมะริ (Yoshino Mikumari Shrine)
 วัดชิคุอินริน (Chikuinrin Temple) ซึ่งมีสวนที่ออกแบบโดยเซนโนะริคิว (Sen no Rikyu) ผู้ริเริ่มศิลปะพิธีชงชา เป็นต้น

ที่อยู่
Yoshinoyama Station

Yoshinoyama, Yoshino-cho, Yoshino-gun, Nara

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Osaka Abenobashiโดยสารรถไฟสาย Kintetsu Yoshino Line ไปลงที่สถานี Yoshino ใช้เวลา 75 นาที จากนั้นขึ้นกระเช้าไฟฟ้า Yoshinoyama Ropeway ไปลงที่สถานี Yoshinoyama ใช้เวลา 3 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.yoshinoyama-sakura.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.jnto.go.jp/eng/regional/nara/yoshino.html
http://www.yoshinoyama-sakura.jp/english/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://www.jnto.or.th/attractions/natural-scenery/#mt-yoshino

สวนทสึรุมิเรียวคุจิ (Tsurumi-Ryokuchi), โอซาก้า (Osaka)

สวนทสึรุมิเรียวคุจิ (Tsurumi-Ryokuchi) คือสวนสาธารณะขนาดกว้างใหญ่ของเมืองโอซาก้า (Osaka City) ที่โดดเด่นด้วยความงามของดอกไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะที่บริเวณเนินกังหันลม นั้นแน่นขนัดไปด้วยดอกทิวลิปและดอกดาวเรืองสดใสสวยงามราวกับอยู่ในโลกแห่งนิทานตะวันตก และยังมีโซนสวนนานาชาติ ที่สามารถเพลิดเพลินกับความงามของสวนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมด้วย อีกทั้งยังมีสนามหญ้ากว้างใหญ่ให้ได้พักผ่อนตามสบาย รวมถึงเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซะคุยะโคะโนะฮะนะคัง (Sakuya Konohana Kan) ที่จัดแสดงพืชพรรณไม้เขตร้อนจากทั่วโลก นอกจากนี้ในช่วงวันหยุดุสุดสัปดาห์ก็ยังมีการจัดงานอีเวนท์และกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่สนามกีฬา, ทะเลสาปสำหรับพายเรือ หรือถีบเรือ พื้นที่ตั้งแคมป์หรือทำบาร์บีคิว สวนญี่ปุ่น การดูนก สนามขี่ม้า สนามแข่งบอล ลานออกกำลังกาย สระว่ายน้ำอุ่น เป็นต้น

ที่อยู่
Tsurumi-Ryokuchi

2-163, Ryokuchi-koen, Tsurumi-ku, Osaka-shi, Osaka

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟสาย JR Osaka Kanjo Line ไปลงที่สถานี Kyobashi ใช้เวลา 6 นาที จากนั้นเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน Subway Kyobashi Station ใช้เวลา 3 นาที แล้วโดยสารรถไฟสาย Subway Nagahori Tsurumi-Ryokuchi Line ไปลงที่สถานี Tsurumi Ryokuchi จากนั้นเดิน 10 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.tsurumi-ryokuchi.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.expo-cosmos.or.jp/english/index.html
http://www.osaka-info.jp/en/facilities/cat7/post_276.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://www.osaka-info.jp/th/facilities/cat26/tsurumi_ryokuchi_flora_expo.html

คุมะโนะโคะโด (Kumano-kodo) – นะชิ (Nachi), วากายะมะ (Wakayama)

คุมะโนะ (Kumano) เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศใต้ของคาบสมุทรคิอิ (Kii Peninsula) และเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการเคารพสักการะจากผู้คนมาแต่โบราณกาล สำหรับคุมะโนะโคะโด (Kumano-kodo) มี 7 เส้นทางเดินแสวงบุญเก่าแก่เป็นเส้นทางบนภูเขาหฤโหดอยู่โดดเดี่ยวมากว่า 1,200 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญ ในเทือกเขาคิอิมีความเชื่อว่าพื้นที่ทั้งหมดถือเป็น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตของเทพเจ้า ปัจจุบันสถานที่นี้กำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกในฐานะ จุดเสริมดวงชะตา (Power Spot) ด้วย

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 คุมะโนะซันซัง (Kumano Sanzan) เป็น 1 ใน 7 เส้นทางคุมะโนะโคะโด (Kumano-kodo) ซึ่งเป็นชื่อเรียกโดยรวมของศาลเจ้าใหญ่สามแห่งที่ได้รับการพรรณนาว่ามีรัศมีปริศนาแผ่ออกมาเสมอ ได้แก่ ศาลเจ้าคุมะโนะฮายะทะมะไทฉะ (Kumano Hayatama Taisha) ศาลเจ้าคุมะโนะนะชิไทฉะ (Kumano Nachi Taisha Grand Shrine) และศาลเจ้าคุมะโนะ ฮงกู ไทฉะ (Kumano Hongu Taisha)
 ภูเขาโคยะ (Mount Koya) หรือที่รู้จักกันในนาม โคยะซัง (Koyasan) เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธศาสนา มีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 1,200 ปี และมีวัดอยู่มากกว่า 100 แห่ง ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดได้แก่ วัดคงโงบุจิ (Kongobu-ji Temple) โคยะซัง (Koyasan)

ที่อยู่
Kumano Hongu Guide Association

100-1, Hongu, Hongu-cho, Tanabe-shi, Wakayama

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Tennoji โดยสารรถไฟ Limited Express Kuroshio ไปลงที่สถานี Kii-Tanabe ใช้เวลา 2 ชั่วโมง แล้วต่อรถบัส Meiko Bus / Ryujin Bus ไปอีก 2 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.hongu.jp/
http://www.tb-kumano.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.hongu.jp/en/
http://www.tb-kumano.jp/en/kumano-kodo/
http://www.sekaiisan-wakayama.jp/english/sisan/sanzan.html
http://www.nachikan.jp/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://th.visitwakayama.jp/destinations/kumano/
https://th.visitwakayama.jp/venues/venue_22/
https://th.visitwakayama.jp/venues/venue_19/

ภูเขารกโค (Mt. Rokko), เฮียวโงะ (Hyogo)

ภูเขารกโค (Mt. Rokko) หรือรกโคซัง (Rokkosan) สัญลักษณ์แห่งเมืองโกเบ (Kobe City) คือดินแดนรีสอร์ทที่อยู่ใกล้ตัวเมืองสามารถเดินทางไปได้ แนะนำให้ขึ้น รกโคเคเบิล (Rokko Cable) รถเคเบิลคาร์ย้อนยุคสวยงามน่าประทับใจเพื่อเดินทางไปยังศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟรกโคซังโจ (Rokkosan-jo Station) และมี จุดชมวิวเทนรันได (Tenrandai Observatory) ที่สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ (Showa Emperor) เคยเสด็จมาเยือนซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาเพื่อชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

 สวนพฤกษชาติเขตแอลไพน์รกโค (Rokko Alpine Botanical Garden) ซึ่งจัดแสดงพืชพรรณไม้เขตแอลไพน์ที่สวยงามในแต่ละฤดูกาล มีดอกมากกว่า 1,500 สายพันธ์
 ระเบียงชมสวน (Rokko Garden Terrace) จุดชมวิวสวยๆ ของเมืองโกเบ บนยอดภูเขารกโกะ โดยที่ภายในบริเวณมีทั้งร้านอาหาร กาแฟ ร้านขายของที่ระลึก สวนดอกไม้และลานจุดชมวิว ซึ่งจุดชมวิวนี้จะเห็นวิวของเมืองโกเบได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแบบ 360 องศาเลยทีเดียว และเป็นจุดชมวิวยามคํ่าคืนที่สวยที่สุด 1 ใน 3 แห่งของสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นอีกด้วย
 พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Rokko International Music Box Museum) จุดเด่นของที่นี้ อยู่ที่ชั้นสองของพิพิธภัณฑ์ จะมีกล่องดนตรีโบราณขนาดใหญ่กว่าคน สร้างในช่วง ศตวรรษที่ 19-20 และยังมีเวิร์คช้อปสามารถทำกล่องดนตรีของตัวเอง ส่วนชั้นล่างจะมีโซนขายกล่องดนตรีที่รวมดนตรีหลากหลายประเภท ที่สำคัญคือมีจัดโชว์จากกล่องดนตรีโบราณทุกครึ่งชั่วโมงอีกด้วย
 สโนว์ปาร์ค รกโกะ (Rokkosan Snow Park) ไปสัมผัสหิมะในช่วงฤดูหนาว

ที่อยู่
Tenrandai Observatory

1-32, Ichigatani, Rokkosan-cho, Nada-ku, Kobe-shi, Hyogo

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟสาย JR Sanyo Main Line ไปลงที่สถานี Rokkodo ใช้เวลา 30 นาที จากนั้นโดยสารรถ Kobe City Bus สาย 16, 106 ไปลงที่สถานีป้าย Rokko Cable Shita ใช้เวลา 20 นาที แล้วขึ้นรถเคเบิลคาร์ Rokko Cable ไปลงที่สถานี Rokkosan-jo
ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://www.rokkosan.com/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.rokkosan.com/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)