วัด ศาลเจ้า และปราสาทที่สวยงามของชูบุ (Chubu)

ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle), ไอจิ (Aichi)

ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองนาโกย่า (Nagoya City) เป็นปราสาทเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานราว 400 ปี มีชื่อเสียงโดดเด่นด้วยรูปสลักปลาหัวเสือทองคำ คินโนะชะจิโฮะโกะ (Kin no Shachihoko) บนหลังคาหอคอยยอดปราสาท และอีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดชมก็คือกำแพงหินรอบปราสาทที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่เรียงตัวซ้อนกันเป็นชั้นสวยงาม และถึงแม้ขณะนี้ วังฮมมารุ (Honmaru Palace) ที่กรุล้อมผนังด้านในด้วยภาพเขียนอันงดงามวิจิตรบนแผ่นทองคำบริสุทธิ์จะยังอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซม

นอกจากนี้ยังที่จะสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวชั้นบนสุดเพื่อชมวิวเมืองนาโกย่าที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้าเรียงรายได้ ปราสาทแห่งนี้สามารถเดินทางไปได้แสนสะดวกโดยขึ้นรถไฟใต้ดินไปจากสถานีซะคะเอะ (Sakae Station) ใจกลางเมือง ในวันที่ออกไปเดินเที่ยวช้อปปิ้งในเมืองก็สามารถแวะไปได้ง่าย

ที่อยู่
Nagoya Castle

1-1, Honmaru, Naka-ku, Nagoya-shi, Aichi

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Nagoya โดยสารรถไฟ Subway Higashiyama Line ไปลงที่สถานี Sakae ใช้เวลา 5 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Subway Meijo Line ไปลงที่สถานี Shiyakusho ใช้เวลา 3 นาที แล้วเดินอีก 5 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.nagoyajo.city.nagoya.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.nagoyajo.city.nagoya.jp/13_english/index.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://www.nagoya-info.jp/th/see/facilities/nagoya_castle.html

ศาลเจ้าอิเสะจิงงู (Ise Jingu Shrine), มิเอะ (Mie)

ศาลเจ้าอิเสะ (Ise Jingu Shrine) เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี มีความพิเศษเพราะเป็นศาลเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยและเคารพสักการะมาแต่สมัยโบราณในฐานะมาตุภูมิทางจิตวิญญาณ มีชื่อเรียกคุ้นปากกันทั่วไปว่า โอะอิเสะซัง (Oise-san) ประกอบไปด้วย
 ศาลเจ้าชั้นนอก หรือ เกะคู (Geku) คือ ศาลเจ้าโทะโยเคะได (Toyokedai jingu Shrine) ได้บรรยากาศเหมือนเดินสู่อ้อมกอดแห่งเทพเจ้า ซึ่งเป็นที่สถิตหลักขององค์ โทยูเคะ เทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม
 ศาลเจ้าชั้นใน หรือ ไนคู (Naiku) คือ ศาลเจ้าโคไต (Kotai Jingu Shrine) จากนั้นจึงไปสักการะเทพเจ้าอามาเทราซุ (Amaterasu) ผู้เป็นต้นตระกูลของจักรพรรดิ

 และศาลเจ้า อื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 125 ศาลเจ้า หลังจากสักการะเรียบร้อยแล้ว
 ตามทางเดินหน้าศาลเจ้าจะมีร้านรวงเรียงรายอยู่มากมาย ตรอกโอคะเงะโยะโคโจ (Okage Yokocho) เพื่อหาของทานเล่นระหว่างเดินกลับเพลิน ๆ
 ย่านเมืองเก่าโอฮาไรมาจิ (Oharai-machi) ตั้งอยู่ด้านหน้าใกล้กับทางเข้าศาลเจ้าใน (Naiku) ของศาลเจ้าอิเสะ (Ise Jingu) เรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมาย ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าอาคารโบราณตลอดระยะทางกว่า 800 เมตร และช่วงกลางของถนนสายนี้จะพบกับหมู่บ้านโอคะเกะโยโคโจ (Okage-yokocho) สมัยเอโดะและสมัยเมจิ

ที่อยู่
Ise Jingu Shrine

1, Ujitachi-cho, Ise-shi, Mie
279, Toyokawa-cho, Ise-shi, Mie

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Kintetsu Nagoya โดยสารรถไฟ Kintetsu Limited Express ไปลงที่สถานี Ise-shi ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาทีเดิน 10 นาที
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.isejingu.or.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.isejingu.or.jp/en/index.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

ปราสาทกุโจฮะชิมัง (Gujo Hachiman Castle), กิฟุ (Gifu)

ปราสาทกุโจฮะชิมัง (Gujo Hachiman Castle) เป็นปราสาทบนเขาที่สร้างขึ้นในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16  ทางเดินขึ้นสู่ยอดเขามีกำแพงหินที่เรียงรายสวยงาม หอคอยยอดปราสาท 4 ชั้นและป้อมปราการสร้างขึ้นด้วยไม้ในปีค.ศ. 1933 ตามแบบแผนสถาปัตยกรรมโบราณ จากชั้นบนสุดของหอคอยยอดปราสาทสามารถมองลงมาเห็นวิวเมืองกุโจ (Gujo City) และทิวเขาสลับซับซ้อนของดินแดนแถบโอะคุมิโนะ (Okumino) ได้ ส่วนเมืองรอบปราสาทกุโจฮาจิมังนั้น บ้านเมืองที่ยังหลงเหลือบรรยากาศแบบย้อนยุคไปสมัยอดีตเรียงรายอยู่ กุโจฮาจิมังที่มีรางน้ำจำนวนมากจนถูกเรียกว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำ ซึ่งจะได้ยินเสียงน้ำไหลสะท้อนไปทั่วทั้งตัวเมือง ด้วยบรรยากาศที่ทำให้หวนนึกถึงอดีตนั้น ทำให้ทั้งเมืองเสมือนกับเป็นอีกโลกหนึ่งก็ว่าได้ เพียงแค่เดินในเมืองแห่งนี้ ก็จะสามารถสัมผัสบรรยากาศราวกับย้อนเวลาไปอดีตได้อย่างแน่

นอกจากนี้เมืองกุโจยังมีชื่อเสียงโดดเด่นด้วย กุโจโอโดริ (Gujo-odori Dance) หรือระบำบงโอโดริ (Bon-odori Dance) ที่จัดขึ้นทุกปีเป็นเวลา 33 คืนติดต่อกันอีกด้วย

ที่อยู่
Gujo Hachiman Castle

659, Ichinohira, Yanagi-machi, Hachiman-cho, Gujo-shi, Gifu

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Nagoya โดยสารรถไฟ JR Limited Express Wide View Hida ไปลงที่สถานี Mino-Ota ใช้เวลาณ 40 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Nagaragawa Railway ไปลงที่สถานี Gujo Hachiman ใช้เวลา 80 นาที แล้วโดยสารรถ Mame Bus ไปลงที่ป้าย Jokamachi Plaza ใช้เวลา 10 นาที จากนั้นเดินต่อ 15 นาที
ค่าใช้จ่าย มีค่าเข้าชม
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://castle.gujohachiman.com
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.jnto.go.jp/eng/spot/castles/hachiman.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://www.jnto.or.th/newsletter/gujo-hachiman/

วัดไดฮนซัง เอเฮจิ (Daihonzan Eihei-ji Temple), ฟุคุอิ (Fukui)

วัดไดฮนซัง เอเฮจิ (Daihonzan Eihei-ji Temple) เป็นวัดพิเศษของศาสนาพุทธนิกายโซโต (Buddhist Soto Sect.) และเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานราว 750 ปีแล้ว ประกอบด้วยอาคารซึ่งรวมถึงประตูใหญ่และหอธรรมต่างๆ รวม 7 หลัง  เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินเล็กๆ ในจำนวนนี้มีห้องโถงใหญ่ซันโชคะคุ (Sanshokaku Hall) ซึ่งมีภาพประดับฝ้าเพดานทั้งสิ้น 320 ภาพ และเชื่อกันว่าหากใครสามารถหาภาพปลาคาร์พ (2 ภาพ) สิงโต (2 ภาพ) และกระรอก (1 ภาพ) เจอก็จะมีความสุขสมหวังในชีวิต ที่วัดแห่งนี้มีพระสงฆ์มาปฏิบัติธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยี่ยมชมวัดได้สัมผัสกับประสบการณ์การนั่งสมาธิในแบบเซน (Zen meditation) ได้ นอกจากนี้ในวันที่ 20 สิงหาคมยังมีการจัดงาน เทศกาลลอยดวงประทีปใหญ่แห่งวัดเอเฮจิ (Eihi-ji Temple Great Toro Nagashi Festival) ซึ่งจะมีการลอยโคมไฟกระดาษกว่าหมื่นชิ้นไปตามแม่น้ำอีกด้วย

ที่อยู่
Daihonzan Eihei-ji Temple

5-15 , Shihi, Eiheiji-cho, Yoshida-gun, Fukui

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Nagoya โดยสารรถไฟ JR Tokaido Shinkansen ไปลงที่สถานี Yonehara ใช้เวลา 30 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ JR Hokuriku Main Line Limited Express ไปลงที่สถานี Fukui ใช้เวลา 1 ชั่วโมง  แล้วโดยสารรถไฟ JR Echizen Railway ไปลงที่สถานี Eiheiji-guchi จากนั้นโดยสารรถ Keifuku Bus ไปลงที่ Eiheiji ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย ฟรี
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://kankou.town.eiheiji.lg.jp/guide/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://global.sotozen-net.or.jp/eng/temples/jp/index.html
http://www.fuku-e.com/lang/english/feature/index.php?navi=1
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)