เมืองประวัติศาสตร์

กลิ่นอายแห่งอดีตนั้นมีเสน่ห์ชวนหลงใหลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ การได้ไปเยือนสถานที่ที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนและถนนหนทางในสมัยโบราณ อบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค ทำให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปสู่โลกแห่งอดีต นับเป็นความรื่นรมย์และเพลิดเพลินอย่างหนึ่งที่ไม่มีโอกาสสัมผัสได้บ่อยครั้งนัก

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานน่าสนใจ มีวิถีชีวิตผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม ลักษณะทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปราสาท วัดวาอาราม บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ล้วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ย่านเมืองเก่าหลายแห่งที่กระจายตัวอยู่เกือบทั่วทุกภูมิภาคจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถดึงดูดผู้คนให้มาเยือนได้ทั้งจากในและต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ หรืออยากสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุคของญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยว 15 แห่งในบทความนี้จะพาคุณกลับไปสู่อดีตอันงดงาม เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์อันน่าจดจำ

โออุชิ-จุคุ (Ouchi-juku)

(จังหวัดฟุคุชิมะ ภูมิภาคโทโฮคุ)

– แหล่งชุมทางหลักบนเส้นทางที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ (1603-1868) ซึ่งเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนหลังคามุงแฝกแบบสมัยโบราณ –

ตลอดสมัยเอโดะ เป็นหน้าที่ของไดเมียวทุกแคว้นที่จะต้องเดินทางไปยังเอโดะอย่างสม่ำเสมอ
และเส้นทางชิโมะทซึเคะไคโด (Shimotsuke Kaido Route) ซึ่งเชื่อมระหว่างแคว้นไอซึ (Aizu Domain / ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งทางทิศตะวันตกของจังหวัดฟุคุชิมะและอีกส่วนหนึ่งอยู่ในจังหวัดนีงะตะ) กับดินแดนเอโดะในยุคนั้น ก็มีหน้าที่สำคัญในฐานะที่เป็นเส้นทางหลักที่ไดเมียวในแต่ละแคว้นใช้ในการเดินทางสู่เอโดะ นอกจากนี้ก็ยังเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งข้าวไปยังเอโดะอีกด้วย โออุชิ-จุคุ (Ouchi-juku) ซึ่งเป็นเมืองที่ถนนสายนี้ตัดผ่าน (ปัจจุบันอยู่ในเมืองชิโมะโก (Shimogo Town) ในไอซึ จังหวัดฟุคุชิมะ) จึงเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาในฐานะแหล่งชุมทางและคึกคักไปด้วยการขนส่งสินค้าและผู้คนที่สัญจรไปมามากมาย

ถึงแม้ว่าเส้นทางชิโมะทซึเคะไคโดและโออุชิ-จุคุ มักจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนอยู่เสมอในสมัยเอโดะ แต่ต่อมาในสมัยเมจิ (1868-1912) ก็ได้มีการเปิดใช้เส้นทางใหม่ ทำให้จำนวนผู้ใช้เส้นทางชิโมะทซึเคะไคโดและผู้สัญจรผ่านโออุชิ-จุคุลดน้อยลงไปมาก อย่างไรก็ตามการถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานกลับกลายเป็นข้อดี เพราะสภาพภูมิทัศน์ต่างๆ ของโออุชิ-จุคุซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนหลังคามุงแฝกแบบสมัยโบราณได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ในปี ค.ศ. 1981 โออุชิ-จุคุได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่าของชาติ และในปัจจุบันก็กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนมากถึง 1.2 ล้านคนต่อปี

ปัจจุบันบ้านเรือนหลังคามุงแฝกที่เรียงรายกันอยู่ตลอดสองฝั่งถนน ถูกใช้เป็นร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจึงสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและรับประทานอาหารอร่อยไปพร้อมๆ กับได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของบ้านเรือนที่ยังคงสภาพเหมือนสมัยเอโดะ นับเป็นสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศของแหล่งสัญจรสมัยโบราณ

ที่อยู่: Shimogo-machi, Minami-Aizu-gun, Fukushima
โทรศัพท์: 0241-68-3611 (การท่องเที่ยวโออุชิ-จุคุ)
การเดินทาง: (รถไฟ) 10 นาที จากสถานี Yunokami Onsen บนสาย Aizu Railway Aizu Line (3 ชั่วโมง 30 นาที จากสถานี Tokyo)

(รถยนต์) 1 ชั่วโมงจากทางออก Shirakawa บนทางด่วน Tohoku Expressway

แหล่งข้อมูล: http://www.jnto.go.jp/eng/spot/histtown/ouchi-juku.html

ซะคุระ (Sakura)

(จังหวัดชิบะ ภูมิภาคคันโต)

– ภูมิทัศน์ของเมืองที่ผสมผสานระหว่างสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรม และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ –

เมืองซะคุระ (Sakura City) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดชิบะ เป็นเมืองที่มีทำเลสะดวกเนื่องจากอยู่ห่างจากสนามบินนาริตะเพียง 20 นาที และห่างจากสถานีโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นโดยทางรถไฟ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้โดยง่าย ในปี ค.ศ. 1611 โดะอิ โทะชิคัตสึ (Doi Toshikatsu) ขุนนางผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในยุคนั้น ได้สร้างปราสาทซะคุระ (Sakura Castle) ขึ้นโดยใช้เวลาถึง 7 ปี ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองปราสาทในเวลาต่อมา นักท่องเที่ยวสามารถจินตนาการภาพเมืองแห่งนี้ในสมัยเอโดะได้โดยดูจากซากปรักหักพังของตัวปราสาทภายในสวนปราสาทซะคุระ (Sakura Castle Park) ซึ่งรวมถึงคูเมืองรอบปราสาทอันแห้งเหือดในปัจจุบัน

ที่นี่มีถนนเส้นหนึ่งซึ่งเคยเป็นแหล่งที่อยู่ของซามูไรในยุคนั้น อยู่ที่มิยะโคะจิ-มะจิ (Miyakoji-Machi) ทางทิศตะวันออกของซากปราสาท อาคาร 3 หลังบนถนนเส้นนี้ในอดีตเคยเป็นบ้านของซามูไร ได้แก่บ้านคะวะระ (Kawara House) บ้านทะจิมะ (Tajima House) และบ้านทะเคะอิ (Takei House) ซึ่งในปัจจุบันเป็นอดีตที่อยู่อาศัยของซามูไรที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองซะคุระ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ และเนื่องจากบ้านทั้ง 3 หลังนี้มีความแตกต่างกันตามยศและศักดินา นักท่องเที่ยวจึงสามารถมองเห็นภาพวิถีชีวิตของซามูไรในยุคนั้นผ่านการเปรียบเทียบบ้านแต่ละหลังนั่นเอง

นอกจากนี้ บ้านโฮตตะ (Hotta House) ก็คือคฤหาสน์ที่ โฮตตะ มะซะโทะโมะ (Hotta Masatomo) ไดเมียวคนสุดท้ายแห่งซะคุระเคยพำนักอยู่ ประกอบด้วยอาคาร 7 หลัง ได้แก่ ห้องโถงใหญ่, ปีกห้องรับรองแขก, ปีกห้องนั่งเล่น, อาคารสำหรับอ่านหนังสือ, อาคารอาบน้ำ, ห้องกำแพงดินสำหรับเก็บของ, และห้องพักคนเฝ้าประตู ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี สวนของคฤหาสน์หลังนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า สวนซะคุระ (Sakura Garden) สร้างโดย อิโต ฮิโคะเอมง (Ito Hikoemon) นักจัดสวนชื่อดังแห่งสมัยเมจิ คฤหาสน์ซามูไรที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีและยังคงลักษณะทางสถาปัตยกรรมและสวนแบบญี่ปุ่นนั้นนับว่าเป็นสิ่งหาได้ยาก จึงเป็นสถานที่อันควรค่าแก่การไปเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

ที่อยู่: Kairinjimachi, Sakura City, Chiba
การเดินทาง: (รถไฟ) สถานี Sakura บน JR Sobu Line (1 ชั่วโมงจากสถานี Tokyo) หรือ สถานี Keisei-Sakura บน Keisei Main Line

(รถยนต์) 25 นาทีจากทางออก Narita บนทางด่วน Higashi-Kanto Expressway

แหล่งข้อมูล: http://www.jnto.go.jp/eng/spot/histtown/sakura.html

ถนนนะคะมิเสะ-โดริ (Nakamise-dori Street)

(โตเกียว ภูมิภาคคันโต)

– สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในโตเกียว ที่มีชื่อเสียงในเรื่องไมตรีจิตของผู้คน ร้านค้าในแบบย่านการค้าสมัยก่อนอันมีเอกลักษณ์ และภาพม้วนแห่งอะซะคุสะ –

เมื่อก้าวพ้นประตูคะมินะริมง (Kaminarimon Gate) สีแดงชาด สัญลักษณ์ของย่านอะซะคุสะแห่งนี้เข้ามาภายใน เราจะได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย ประตูคะมินะริมงเป็นประตูสู่ถนนนะคะมิเสะ-โดริ (Nakamise-dori Street) ถนนบริเวณหน้าวัดเซนโซจิ (Senso-ji Temple) ซึ่งทอดตัวเป็นระยะทางยาว 250 เมตรจากหน้าประตูคะมินะริมงไปยังประตูโฮโซมง (Hozomon Gate) สองฝั่งถนนเรียงรายไปด้วยร้านค้าจำนวนมากประมาณ 50 ร้านทางฝั่งตะวันออก และ 30 ร้านทางฝั่งตะวันตก ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอายุเก่าแก่และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศแบบชิตะมะจิหรือย่านการค้าของโตเกียว สินค้าที่นี่มีให้เลือกหลากหลายรวมถึงสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เช่น เครื่องประดับผม รองเท้าเกี๊ยะแบบญี่ปุ่น ตุ๊กตาไม้ และกระดาษลวดลายญี่ปุ่นหลากสีสัน เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าประเภทศิลปะพื้นบ้านต่างๆ, โปสการ์ดภาพทิวทัศน์ของอะซะคุสะในสมัยเอโดะ (1603-1868), ขนมนิงเงียวยากิ (ningyoyaki) และขนมคะมินะริ-โอะโคะชิ (kaminari-okoshi) ซึ่งเป็นขนมของฝากยอดนิยมจากโตเกียว และก็ยังมีอาหารญี่ปุ่นที่ใช้สาหร่ายโนริและสาหร่ายคมบุในการปรุงอีกด้วย ทำให้ถนนนะคะมิเสะ-โดริเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ

ว่ากันว่าถนนนะคะมิเสะ-โดรินี้เป็นหนึ่งในถนนที่ผู้คนนิยมมาจับจ่ายซื้อของที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น หลังจากที่โทะคุงะวะ อิเอะยะสุ (Tokugawa Ieyasu) แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ผู้ปกครองญี่ปุ่นในยุคเซงโงะคุ (1493-1590) ได้จัดตั้งรัฐบาลโชกุนขึ้นที่เอโดะ ก็มีผลให้จำนวนประชากรในเอโดะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวเมืองบางส่วนจึงพากันเปิดร้านค้าอยู่ด้านหน้าและภายในบริเวณวัดเซนโซจิ ซึ่งกล่าวกันว่านี่เองคือจุดกำเนิดของถนนนะคะมิเสะ-โดริแห่งนี้ ส่วนบานประตูแบบชัตเตอร์หน้าร้านก็ทำหน้าที่แทนผืนผ้าใบให้ศิลปินได้บรรจงวาดภาพบรรยากาศงานเทศกาลประเพณีต่างๆ และภาพทิวทัศน์เด่นๆ ในแต่ละฤดู เมื่อม้วนบานชัตเตอร์ลงมาจึงดูเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่ของอะซะคุสะ ทำให้ผู้คนยังสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้อย่างเพลิดเพลินแม้จะเป็นเวลาหลังจากที่ร้านรวงได้ปิดลงแล้ว

ดังนั้นถนนนะคะมิเสะจึงยังคงควรค่าแก่การไปเที่ยวชมแม้ในยามกลางคืน

ที่อยู่: Asakusa, Taito-ku, Tokyo
โทรศัพท์: 03-3844-3350 (Nakamise Hall)
การเดินทาง: เดิน 3 นาทีจากสถานี Asakusa บน Tokyo Metro Ginza Line/ Toei Subway Asakusa Line/ Tobu Isesaki Line หรือเดิน 10 นาทีจากสถานี Asakusa บน Tsukuba Express Line
แหล่งข้อมูล: http://www.jnto.go.jp/eng/spot/histtown/nakamise-dori-street.html