เที่ยวช่วงปีใหม่ที่ญี่ปุ่นแบบสบายๆ

สภาพอากาศ

ที่ญี่ปุ่น เดือนธันวาคม มกราคมและกุมภาพันธ์ถือเป็นฤดูหนาว อุณหภูมิเดือนนี้มีตั้งแต่ 0-15 องศาเซลเซียสโดยประมาณ ห้างและร้านค้าต่างๆรวมทั้งรถไฟส่วนใหญ่จะมีการเปิดเครื่องทำความร้อนกันเต็มที่ดังนั้นเวลาอยู่อาคารจะไม่ค่อยหนาว แต่เวลาที่จะเดินเที่ยวข้างนอกอากาศจะหนาวมาก

การแต่งกาย

มาเดือนนี้แล้วเสื้อโค้ตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะขาดไม่ได้ ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้าอย่างหนาก็อีกอย่างที่สำคัญ หรือจะใช้ ไคโระ(ถุงร้อน) แบบถุงใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เดินซุกมือในกระเป๋ากำถุงไคโระ ไคโระบางแบบก็เป็นแผ่นแปะไว้ด้านในเสื้อผ้าให้อุ่นจากด้านในเลย ถุงร้อนไคโระหาซื้อได้ตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป

ช่วงก่อนหยุดยาวที่ต้องระวัง

  1. การถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม บางตู้และบางธนาคารปิดให้บริการกดเงินช่วงสิ้นปีและช่วงปีใหม่ ควรเตรียมเงินไว้ก่อนล่วงหน้าให้มีจำนวนเพียงพอ โดยเฉพาะตู้ของ post office ที่ใช้กดเงินสดจากบัตรเดบิตที่นำมาจากไทยหรือประเทศอื่นๆจะปิดให้บริการ นอกจากนี้ ร้านขายของหรือซูเปอร์มาร์เกตบางแห่งก็อาจหยุดปีใหม่ด้วยเช่นกัน
  2. วันที่ 31 ธันวา ร้านอาหารหรือร้านขายของหลายๆ ร้านจะเริ่มหยุดกันแล้ว แม้แต่ห้างสรรพสินค้าเองก็มักปิดเร็วกว่าเวลาปกติ

เดือนธันวาคมมีอะไรน่าสนใจ

  1. มาเดือนนี้ก็ดีตรงได้ดู Illumination ได้แก่ดวงไฟที่ประดับไว้สำหรับฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่เกือบทุกเมืองทั่วประเทศ เช่นที่โตเกียวเองมีจุดชมไฟสวยๆอยู่หลายแห่งเลย ได้แก่ Tokyo dome, Roppongi hills, Tokyo tower , Odaiba , Disney Resort , Sapporo White Illumination , Sendai Pageant of Starlight, Nagasaki – Huis Ten Bosch เป็นต้น
  2. สักช่วง 1-2 อาทิตย์ก่อนคริสต์มาส มักจะมีการลดราคาเสื้อผ้าครั้งใหญ่
  3. การไหว้พระขอพรตามศาลเจ้าที่ดังๆตามเมืองต่างๆ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่
  4. การรอซื้อถุงนำโชค (Lucky Bags) ต่างห้างร้านต่างๆ โดยที่ส่วนใหญ่จะรวมสินค้าหลายๆ อย่างไว้ภายใน ผู้ซื้อจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรอยู่บ้าง แต่มูลค่าของสินค้ามักจะมากกว่าราคาที่จ่ายไป 2 – 3 เท่า ปกติก็จะมีการจำหน่ายเจ้าถุงนำโชคนี่กันในวันที่ 2 หรือ 3 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ห้างร้านต่างๆ เปิดเป็นวันแรกของปี ซึ่งก็ดีเพราะลูกค้าจะได้มีโอกาสลุ้น “โชคดี” ของตัวเองรับปีใหม่กันด้วย

ก่อนถึงวันที่ 1 มกราคม

1. การประดับสิ่งสักการะเทพเจ้าที่บ้านของตนเอง

ปกติจะกระทำให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี ซึ่งประกอบด้วยคือ

  • ซุ้มสนสำหรับประดับที่ประตูรั้วบ้าน ซึ่งในสมัยโบราณจะสร้างจากไม้สนเป็นหลัก แต่ปัจจุบันนิยมทำจากไม้ไผ่ที่บากปลายแหลม ประดับด้วยใบสน ใบเฟิร์น ฟางข้าว และสิ่งมงคลต่างๆ จะประดับเป็นคู่ ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของประตูรั้ว หรือประตูทางเข้าบริษัท ห้างร้าน ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า สิ่งนี้จะขับไล่ความชั่วร้ายต่างๆ ไม่ให้เข้ามาในบ้าน
  • Tokonoma ซึ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่ถูกจัดไว้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้าน Kagamimochi นั้นจะมีโมจิกลมๆ สองลูกวางซ้อนกันอยู่ (ตัวแทนพระจันทร์กับพระอาทิตย์) เมื่อพ้นช่วงปีใหม่ไป ประมาณวันที่ 11 มกราคม โมจิทั้งสองลูกก็จะถูกกินเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับคนในบ้าน

2. การรับประทานอาหารสิริมงคลในเทศกาลปีใหม่ Osechi Ryori

ปัจจุบัน Osechi ryori จะหมายถึงอาหารที่ชาวญี่ปุ่นจัดทำขึ้นเพื่อรับประทานกันภายในครอบครัวในช่วงเทศกาลวันปีใหม่เท่านั้น ตามความเชื่อแต่โบราณว่าเป็นการต่ออายุให้ยืน

ในช่วงนี้ ทั้งเรียวกังและโรงแรมก็มี Osechi Ryori สำหรับลูกค้าที่มาพักในช่วงปีใหม่ ลองหาแพ็คเก็จพิเศษๆ สำหรับ ที่พักพร้อม Osechi Ryori เพื่อที่จะได้เข้าถึงบรรยายกาศพร้อมวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น ซึ่งในบางสถานที่ยังมีการบรรเลงดนตรีด้วย Koto หรือ มีการเชิดสิงโตแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า Shishimai

Osechi Ryori จะประกอบด้วยอาหารหลายชนิด แต่จะต้องมีอาหารหลัก 3 ชนิด อันเป็นของพื้นบ้าน โดยที่อาหารแต่ละชนิดที่จัดเป็น Osechi Ryori จะเป็นอาหารที่มีความหมายอันเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น คือ

  • ถั่วดำ มีความหมายเป็นสิริมงคล
  • ไข่ปลาเฮอริงเป็นปลาที่วางไข่เป็นจำนวนมาก มีความหมายมีบุตรหลานสืบตระกูลต่อไป
  • ลูกปลาซาร์ดีนตากแห้งถือเป็นสิ่งมงคลเพื่อขอพรให้เพาะปลูกพืชไร่ได้ผลอุดมสมบูรณ์
  • รากหญ้าเบอร์ดอคทุบสิ่งมงคลเพื่อขอให้ผลผลิตการเกษตรกรรมอุดมสมบูนณ์ มีชีวิตที่เข้มแข็งปราศจากโรคภัย และครอบครัวมีรากฐานที่มั่นคง เสมือนเป็นการ “เปิดโชค”
  • กุ้งเป็นอาหารมงคล เนื่องจากสภาพของกุ้งที่มีลำตัวงอ จึงเปรียบกับการขอให้มีอายุยืนยาวจนหลังคุ้มงอ
  • ก้อนทองคำเป็นเนื้อเกาลัดนึ่งและบดผสมกับถั่วลันเตาบดและมันฝรั่งบด และปั้นเป็นลูกกลมๆ มีสีเหลืองสวย เปรียบเสมือนทองคำ สิริมงคลขอให้มีฐานะร่ำรวย
  • เนื้อปลาบดอัดแท่งซึ่งเมื่อหั่นเป็นแว่น รอบนอกก็จะเป็นสีแดง ส่วนเนื้อในจะเป็นสีขาว จึงเปรียบเสมือนพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นมงคลในการฉลองวันขึ้นปีใหม่ และนอกจากนี้ สีแดงและสีขาวยังถือเป็นสีศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่ภูตผีปีศาจ และเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลองอีกด้วย
  • ปลาตะเพียนทะเล ซึ่งมีเสียงพ้องกับคำว่า ที่มีความหมายว่า “ความสุข”
  • สาหร่ายม้วนคือสาหร่ายทะเล ซึ่งมีเสียงพ้องกับคำว่า ที่มีความหมายว่า”ยินดี” จึงเป็นอาหารมงคลเพื่อขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุมั่นขวัญยืน

3. การไปนมัสการศาลเจ้า

ถ้าใครอยากที่จะสัมผัสถึงวัฒนธรรมบรรยายกาศแบบญี่ปุ่น ไม่ควรที่จะพลาดการไปไหว้พระขอพรที่วัดหรือศาลเจ้าใน 3 วันแรกของปี แต่ในคืนที่ 31 ธันวาคม ผู้คนจะเนืองแน่นเป็นพิเศษ ผู้หญิงก็พากันแต่งกิโมโน นอกจากนี้ มีร้านขายของข้างทางโดยทำให้เห็นถึงบรรยากาศปีใหม่แบบญี่ปุ่นที่ดูอบอุ่น ชาวญี่ปุ่นมีธรรมเนียมในการสักการะและขอพรจากเทพเจ้า

โดยแยกได้เป็น 6 ขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้
  1. โยนเหรียญใส่กล่องถวายเงิน เพื่ออัญเชิญเทพเจ้าที่อยู่บนโลกมนุษย์ให้มารับกาสักการะ
  2. ลั่นกระดิ่ง โดยข้างหน้ากล่องถวายเงิน จะมีเชือกถักเส้นใหญ่ซึ่งมีกระดิ่งแขวนติดอยู่ เพื่ออัญเชิญเทพเจ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์ให้ลงมาสู่โลกมนุษย์เพื่อรับการสักการะ
  3. โค้งคำนับ 2 ครั้ง เป็นขั้นตอนการสักการะเทพเจ้าจากฟ้าและดินที่ได้อัญเชิญมา
  4. พนมมือและขอพร
  5. ปรบมือ 2 ครั้ง เป็นขั้นตอนแสดงความคารวะเทพเจ้าที่ได้มารับฟังสิ่งที่เราขอพร และขออัญเชิญให้กลับไปสถิตย์ยังที่เดิม
  6. โค้งคำนับ 1 ครั้ง เป็นการแสดงการคารวะต่อศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

โดยที่วัดและศาลเจ้าที่สำคัญตามเมืองต่างๆ มีกิจกรรมช่วงปีใหม่มากมาย มีเทศกาล Okera Matsuri เริ่มตั้งแต่ 19.30 น. ของวันส่งท้ายปีเก่า มีการขายของตามข้างทางและจัดงานทั้งคืนจนถึงเช้าวันใหม่ ผู้ที่ตามเมืองต่างๆ นั้นส่วนมากก็จะมาเขียนคำอธิฐานบนไม้และเผาไฟ จากนั้นนำเชือกมาวางบนไฟ เมื่อเชือกไหม้แล้วนำเชือกกลับบ้านไป เชื่อกันว่า เชือกนี้จะช่วยคุ้มครองป้องกันบ้านจากอัคคีภัย และต่อแถวรอค่อยที่จะขอพรในวันใหม่ของปีใหม่

ศาลเจ้า Meiji Jingu ที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในเขต Harajuku,Tokyo ศาลเจ้า Meiji Jingu เป็นศาลเจ้าที่สร้างอุทิศให้เมจิเทนโนและโชเกนโคไทโกะ และถือว่าเป็นศาลเจ้าที่มีคนไปไหว้มากที่สุดในช่วงปีใหม่ของทุกปี

การเดินทาง ขึ้นสายรถไฟ JR Yamanote ลงที่สถานี Harajuku หรือ สถานี Yoyogi เดิน 1 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.meijijingu.or.jp/english/index.html

วัด Sensoji , Tokyo เรียกกันว่าวัดอาซากุสะ ถนนก่อนถึงตัววัดมีร้านขายของตลอดสองข้างทาง

การเดินทาง ขึ้นสายรถไฟ Ginza Subway Line, Asakusa Subway Line หรือ Tobu Railways ลงที่สถานี Asakusa
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.senso-ji.jp/

วัด Naritasan Shinshoji, Narita ที่อยู่ใกล้สนามบิน Narita วัด Shinshoji ตั้งอยู่ที่ภูเขา Naritasan เป็นแหล่งรวมจิตวิญญาณของภาคคันโต

การเดินทาง รถไฟสาย Keisei นั่งสายรถไฟ Keisei ขบวนด่วนพิเศษจากสถานี Ueno 65 นาที หรือ นั่งรถไฟขบวน City Liner ใช้เวลา 50 นาที ลงที่สถานี Keisei Narita เดิน 10 นาที
รถไฟสาย JR จากสถานี Tokyo นั่งรถไฟขบวน Kaisoku Airport Narita สาย Yokosuka หรือ Sobu เวลา 70 นาที ลงที่สถานี JR Narita เดิน 10 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.naritasan.or.jp/english/

วัด Kawasaki Daishi, Kawasaki มีชื่อเสียงมานานเรื่องการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ในช่วงวันปีใหม่มีการสวดมนต์ปัดเป่าสิ่งร้ายๆ

การเดินทาง จากสถานี Keikyu Kawasaki ต่อรถไฟสาย Daishi ลงที่สถานี Kawasaki Daishi เดิน 8 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.kawasakidaishi.com/english/index.html

ศาลเจ้า Yasaka, Kyoto เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น มีกิจกรรมช่วงปีใหม่มากมาย มีเทศกาล Okera Matsuri เริ่มตั้งแต่ 19.30 น. ของวันส่งท้ายปี

การเดินทาง โดยรถบัส 46 , 201 , 203 , 206 , 207 ลงที่สถานีรถบัส Gion โดยรถไฟ Keihan ลงที่สถานี Gion Shijo เดินอีก 5 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.yasaka-jinja.or.jp/en/

ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2013

จดหมายข่าวอื่นๆ