อัพเดทข้อมูลท่องเที่ยวล่าสุด

ลาวิว (Laview) ขบวนรถไฟด่วนพิเศษรุ่นใหม่
แห่งการรถไฟเซบุ (Seibu Railway)
latest-info-march-2019-01

© SEIBU RAILWAY

ป่าแห่งตาข่ายยักษ์
ซุมิกะ (SUMIKA)
latest-info-march-2019-02

© at press

สำหรับบทความนี้เราจะมานำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยวล่าสุด 4 เรื่อง ซึ่งรวมถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดสำหรับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ใกล้จะถึงการมาเยือนของอากาศอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิกันแล้ว

เครื่องเล่นแสนสนุกในร่มป่าแห่งตาข่ายยักษ์ ซุมิกะ (SUMIKA), โทชิงิ (Tochigi)

เปิดให้บริการในวันที่ 9 มีนาคม 2019

latest-info-march-2019-03

© at press

latest-info-march-2019-04

© at press

เครื่องเล่นแสนสนุกในร่มป่าแห่งตาข่ายยักษ์ ซุมิกะ (SUMIKA)

ทวินริง โมะเทะงิ (Twin Ring Motegi) ทางฝั่งตะวันออกในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) คือสวนสนุกที่เน้นเครื่องเล่นประเภทยานพาหนะ ที่สามารถเล่นสนุกกันได้หลากหลายกลุ่มตั้งแต่ผู้ที่พิสมัยกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตไปจนถึงผู้ที่มาเที่ยวกันเป็นครอบครัว และยังมีการจัดแข่งรถและแข่งมอเตอร์ไซค์อยู่เป็นประจำอีกด้วย นอกจากนี้ในโซนโมบิพาร์ค (Mobi Park) ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่เดียวกันก็ยังเต็มไปด้วยเครื่องเล่นที่ร่วมสนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัวอย่างเครื่องเล่นประเภทกีฬากลางอากาศ และเขาวงกตสามมิติขนาดยักษ์อีกด้วย

สำหรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะถึงนี้ ที่ โมบิ พาร์ค (Mobi Park)ก็กำลังจะเปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ ป่าแห่งตาข่ายยักษ์ ซุมิกะ (SUMIKA) ซึ่งมีฉากเป็นป่าในจินตนาการที่มีตาข่ายขนาดยักษ์ขึงไว้ให้ผู้เล่นได้สมมติตัวเองเป็นกระต่ายหรือกระรอก เพื่อเล่นเกมหนี ซ่อน เอาตัวรอด โดยจะต้องหารังต่างๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ถูกสัตว์นักล่าอย่างเหยี่ยวนกเขาหรืองูจับกิน

ด้วยสุดยอดเทคนิคการจัดแสงสีเสียง คุณจะได้ตื่นตาไปกับความเป็นไปตลอด 24 ชั่วโมงในป่าใหญ่ ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงดึกดื่น และยังจะได้สัมผัสกับธรรมชาติจำลองที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาลของญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่ทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาว ซากุระผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้แตกยอดใหม่เขียวชอุ่มในฤดูร้อน ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งยังมีโซนที่ครบครันด้วยอุโมงค์ สไลเดอร์ สระลูกบอล และอื่นๆ อีกมากมายให้เด็กเล็กได้เล่นสนุกกันอีกด้วย และเนื่องจากเป็นสถานที่ในร่ม คุณจึงสามารถเล่นสนุกได้โดยไม่ต้องห่วงว่าจะเปียกฝนอีกด้วย

รายละเอียดสถานที่เพิ่มเติม

สถานที่
ป่าแห่งตาข่ายยักษ์ ซุมิกะ (SUMIKA)
ที่อยู่
ทวินริง โมะเทะงิ (Twin Ring Motegi)

120-1 Hiyama, Motegimachi, Haga-gun, Tochigi

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ JR Tohoku Shinkansen ไปลงที่สถานี Utsunomiya ใช้เวลา 50 นาที จากนั้นโดยสารรถ JR Bus ไปลงที่ป้าย Twin Ring Motegi ใช้เวลา 80 นาที (รถบัสประจำทางวิ่งให้บริการเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดราชการเท่านั้น)
เวลาทำการ 09:30 – 17:30 น. (เวลาทำการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละวัน สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการ)
วันหยุด ไม่มีวันหยุดประจำ
(สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการ)
ขนาดพื้นที่ตาข่าย ประมาณ 1,000 ตารางเมตร
(ใหญ่ที่สุดในบรรดาสวนสนุกในร่มของญี่ปุ่น)
ระยะเวลาในการเล่น ประมาณ 30 นาที
(แผนกต้อนรับเปิดทำการจนถึง 30 นาทีก่อนเวลาปิดทำการสวนสนุก)
ค่าผ่านประตู Twin Ring Motegi ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป) : 1,200 เยน
เด็ก (ประถมและมัธยมต้น) : 600 เยน
เด็กเล็ก (3 ขวบ – ก่อนวัยเรียน) : 300 เยน
*อัตราค่าผ่านประตูอาจมีการเปลี่ยนแปลงในกรณีมีการจัดกิจกรรมพิเศษหรือการแข่งรถ
(เว็บไซต์: https://www.twinring.jp/english/fee/)
ค่าเล่นเครื่องเล่นป่าแห่งตาข่ายยักษ์ซุมิกะ 800 เยน
* หรือใช้พาสปอร์ตของโมบิพาร์ค (Mobi Park Passport) ซึ่งใช้เล่น “ป่าแห่งตาข่ายยักษ์ ซุมิกะ” และเครื่องเล่นอื่นๆ ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง (เด็กประถมขึ้นไป : 3,200 เยน    เด็กก่อนวัยเรียน : 1,800 เยน) ก็ได้เช่นกัน
กลุ่มอายุที่เหมาะสม 3 ขวบขึ้นไป
*เด็กก่อนชั้นประถมจะต้องมีผู้ใหญ่ตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นขึ้นไปพามาด้วย (มีค่าบริการ)
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://www.twinring.jp/sumika/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.twinring.jp/english/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

ลาวิว (Laview) ขบวนรถไฟด่วนพิเศษรุ่นใหม่ แห่งการรถไฟเซบุ (Seibu Railway)

เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2019

latest-info-march-2019-05

© SEIBU RAILWAY

latest-info-march-2019-06

© SEIBU RAILWAY

ลาวิว (Laview) ขบวนรถไฟด่วนพิเศษรุ่นใหม่ แห่งการรถไฟเซบุ (Seibu Railway)

รถไฟด่วนพิเศษของการรถไฟเซบุ (Seibu Railway) คือขบวนรถไฟยอดนิยมทั้งในหมู่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะวิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่ล้วนแล้วแต่สามารถเดินทางไปจากโตเกียว (Tokyo) แบบเช้าไปเย็นกลับได้แสนสะดวกอย่างเช่น ชิชิบุ (Chichibu) และนะงะโทะโระ (Nagatoro) เป็นต้น ที่ผ่านมาขบวนรถไฟด่วนพิเศษของการรถไฟเซบุก็คือ นิวเร้ดแอโรว์ (New Red Arrow) แต่ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2019 นี้เป็นต้นไปก็จะมี ลาวิว (Laview) ขบวนรถไฟด่วนพิเศษรูปแบบใหม่ลำดับต่อไปมาวิ่งให้บริการบนเส้นทางรถไฟสายอิเคะบุคุโระ (Ikebukuro Line) – สายเซบุชิชิบุ (Seibu Chichibu Line) กันแล้ว

ลาวิว (Laview) เป็นขบวนรถไฟที่โดดเด่นด้วยตู้โดยสารแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือการตกแต่งภายใน หัวสุดของขบวนรถมีลักษณะเป็นทรงกลม กรุด้วยกระจกทรงโค้งสามมิติซึ่งเป็นการนำมาใช้งานเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น หน้าต่างตู้โดยสารทั้งสองฝั่งก็เป็นหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่พิเศษ สูง 1350 มม. กว้าง 1580 มม. ให้ผู้โดยสารได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์พาโนรามากว้างไกลเลียบเส้นทางรถไฟได้อย่างเต็มที่

ภายนอกขบวนรถเป็นวัสดุอลูมิเนียมทาสี ท่ามกลางขบวนรถไฟมากมายที่ใช้สีสันสดเจิดจ้าอย่างแดงและน้ำเงิน “ลาวิว (Laview)” กลับเน้นวัสดุเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่นุ่มนวลและกลมกลืนไปกับทัศนียภาพท่ามกลางเมืองและธรรมชาติ ตู้โดยสารทุกตู้มี “ฟรีไวไฟ” ไว้ให้บริการ และมีปลั๊กไฟติดตั้งไว้ทุกที่นั่ง เรียกได้ว่าเป็นขบวนรถไฟที่ให้ความสะดวกสบายเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

สำหรับอัตราค่าโดยสารขบวนรถด่วนพิเศษนั้นก็คือ 300 – 700 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 150 – 350 เยนสำหรับเด็ก เท่ากันกับ “รถด่วนพิเศษเร้ดแอโรว์ (Limited Express Red Arrow)” ซึ่งสามารถซื้อและจองตั๋วด่วนพิเศษนี้ได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วตามสถานีหลักๆ และบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น (JTB)

(สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของการรถไฟเซบุ)

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://www.seiburailway.jp/
https://www.seiburailway.jp/railways/laview/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.seiburailway.jp/railways/tourist/english/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

มูจิเตรียมเปิดแฟล็กชิพสโตร์ใหญ่ที่สุดในโลก “มูจิกินซ่า (MUJI Ginza)”, โตเกียว (Tokyo)

เปิดให้บริการในวันที่ 4 เมษายน 2019

Print

© PR Times / © Ryohin Keikaku

latest-info-march-2019-08

© PR Times / © Ryohin Keikaku

แบรนด์สินค้าจิปาถะหลากหลายในชีวิตประจำวันที่เปี่ยมด้วยรสนิยมระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นอย่าง “มูจิ (MUJI)” นั้นเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวไทย สำหรับใครก็ตามที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ก็คงอยากจะลองแวะไปเที่ยวชมร้านมูจิ (MUJI) ฉบับออริจินัลกันทุกคนใช่ไหมคะ ซึ่งร้านแฟล็กชิพสโตร์ของมูจิที่เคยอยู่ในย่านยูระคุโจ (Yurakucho) ในโตเกียว (Tokyo) นั้น กำลังจะย้ายไปเปิดใหม่ที่ถนนกินซ่าซันโจเมะ (Ginza Sanchome) ภายใต้ชื่อมูจิกินซ่า (MUJI Ginza) ด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่มโหฬารราวกับห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์จากชั้นใต้ดิน 1 ไปจนถึงชั้น 6 เหนือพื้นดิน รวมทั้งสิ้น 7 ชั้น ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าจิปาถะในชีวิตประจำวันรวมถึงอาหารชนิดต่างๆ กันหลากหลายจุใจมากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับชั้น 1 นั้นเป็นชั้นที่วางจำหน่ายผักผลไม้ที่ส่งตรงมาจากสวนใกล้เมืองโตเกียว รวมถึงน้ำผลไม้และขนมหวานนานาชนิด ซึ่งติดตั้งเคาน์เตอร์ไว้สำหรับนั่งทานกันภายในร้าน ให้ลูกค้าที่เพิ่งเหน็ดเหนื่อยจากการเดินเล่นย่านกินซ่าได้แวะพักผ่อน ส่วนชั้นใต้ดิน 1 นั้นเป็นที่ตั้งของร้านอาหารมูจิไดเนอร์ (MUJI Diner) ซึ่งเป็นร้านอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์มื้ออาหารที่เรียบง่าย ให้คุณได้เอร็ดอร่อยกับอาหารหลากหลายตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล อาหารประเภทเนื้อสัตว์ รวมถึงเนื้อสัตว์ป่า

นอกจากนี้ ตั้งแต่ชั้น 6 บางส่วนขึ้นไปจนถึงชั้น 10 นั้นจะเป็นส่วนของโรงแรมมูจิโฮเท็ลกินซ่า (MUJI HOTEL GINZA) ซึ่งนับเป็นโรงแรมมูจิแห่งที่ 3 ต่อจากโรงแรมมูจิในเมืองเสิ่นเจิ้นและเมืองปักกิ่งในประเทศจีน ขอแนะนำให้ลองไปพักดูสักคืนนะคะ รับรองว่าคุณจะได้ประทับใจกับห้องพักสวยๆ ที่ตกแต่งไปด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์มูจิอย่างแน่นอน

รายละเอียดสถานที่เพิ่มเติม

ที่อยู่
MUJI Ginza

3-3-18 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

แผนที่
การเดินทาง จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ Tokyo Metro Marunouchi Line ไปลงที่สถานี Ginza Station ใช้เวลา 2 นาที จากนั้นเดินต่อ 3 นาที
วันเปิดกิจการ 4 เมษายน 2019 (กำหนดการ)
จำนวนชั้น ชั้นใต้ดิน 1 – ชั้น 6
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://shop.muji.com/jp/ginza/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ)
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) เปิดเส้นทางบินใหม่สู่ภูมิภาคชูบุ (Chubu) และคันไซ (Kansai)

เส้นทางนาโกย่า (ชูบุ) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เปิดให้บริการในวันที่ 8 มีนาคม 2019

เส้นทางโอซาก้า (คันไซ) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เปิดให้บริการในวันที่ 28 มีนาคม 2019

latest-info-march-2019-09

© flickr / ©︎ Gusti Fikri Izzudin Noor

latest-info-march-2019-10

© OSAKA CONVENTION & TOURISM BUREAU

จากเส้นทางบินโตเกียว (นาริตะ) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) และฟุคุโอกะ – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ที่เปิดให้บริการไปก่อนหน้านี้ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) ได้เตรียมเพิ่มเส้นทางบินใหม่นาโกย่า (ชูบุ) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ซึ่งจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมนี้ และเส้นทางโอซาก้า (คันไซ) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ซึ่งจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับใครที่เลือกไปเที่ยวนาโกย่า (Nagoya)

ขอแนะนำให้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ซึ่งโดดเด่นด้วยปลาหัวเสือที่ประดับอยู่บนหลังคา (ปัจจุบันอาคารหลักของปราสาทอยู่ระหว่างปิดให้เข้าชมจนถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2022 เพื่อทำการก่อสร้างให้เป็นอาคารทนแผ่นดินไหว) สวนสัตว์ฮิงาชิยามะ (Higashiyama Zoo) ที่มีทั้งสวนสนุกและสวนพฤกษศาสตร์อยู่ภายในบริเวณเดียวกันให้คุณได้สนุกสนานอยู่ภายในสวนกันทั้งวันไม่รู้เบื่อ เลโกแลนด์ เจแปน (LEGOLAND Japan) สวนสนุกน่าตื่นตาแห่งตัวต่อเลโก้ หรือถ้าเป็นของกินอร่อยๆ ก็ต้องเป็น มิโซะคัตสึ (Misokatsu) หรือทงคัตสึ (หมูชุบเกล็ดขนมปังทอด) ราดด้วยซอสสูตรต้นตำรับแสนอร่อยและเทมมุสุ (Tenmusu) หรือข้าวปั้นห่อไส้เทมปุระ (อาหารประเภทชุบแป้งทอด เช่น กุ้ง เป็นต้น)

สำหรับใครที่เลือกไปเที่ยวโอซาก้า (Osaka)

ก็ขอแนะนำให้ไปเยือนสัญลักษณ์แห่งโอซาก้าอย่าง ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ซึ่งบริเวณลานหน้าปราสาทนั้นเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จสิ้นอย่างมิไรซะ โอซาก้าโจ (MIRAIZA OSAKA-JO) และสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่ภายในสวนสาธารณะรอบปราสาทโอซาก้าที่ครบครันด้วยอาหารอร่อยๆ และร้านขายของที่ระลึกในรูปแบบอาคารคอมเพล็กซ์อย่าง โจเทอเรส โอซาก้า (JO-TERRACE OSAKA) ให้ได้เที่ยวสนุกกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอเจแปน (Universal Studios Japan) สวนสนุกภายใต้คอนเซ็ปต์ภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสันทนาการยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งเช่นกัน สำหรับของอร่อยยอดนิยมของโอซาก้านั้นก็คืออาหารประเภทโคะนะมง (Konamon) หรือแป้งสาลีนำไปย่าง อย่างเช่น ทะโกะยากิ (Takoyaki) ที่ใส่ปลาหมึกยักษ์ไว้ข้างใน และโอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) ที่ให้คุณได้เอร็ดอร่อยและสนุกสนานกับการย่างเองโดยมีวัตถุดิบให้ใส่ลงไปได้หลากหลายอย่าง หากได้ไปเที่ยวโอซาก้าก็ขอแนะนำให้ลองหาชิมดูให้ได้

ด้วยจำนวนเส้นทางบินตรงสู่ญี่ปุ่นที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ญี่ปุ่นเขยิบใกล้เราเข้ามาเรื่อยๆ อย่างนี้ นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับทั้งผู้ที่เคยและยังไม่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นจะได้ใช้บริการเที่ยวบินตรงนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันได้แสนสะดวกง่ายดาย

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://www.lionairthai.com/jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.lionairthai.com/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://www.lionairthai.com/th/
จดหมายข่าวอื่นๆ