“ มหัศจรรย์สวนไม้ดอก แห่ง 2 ฤดูที่แตกต่าง ”

Hitachi Seaside Park / Ibaraki

“ พุ่มโคเกียสีแดงสดทอดตัวยาวตลอดเนินเขา มองเห็นเป็นทิวทัศน์แปลกตาในช่วงหนึ่งสัปดาห์กลางเดือนตุลาคม ผู้ดูแลสวนคิดค้นวิธีปลูกผ่านการลองผิดลองถูกหลายครั้ง เพื่อให้พุ่มโคเกียเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จนเกิดเป็นภูมิทัศน์อันงดงามในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อีกทั้งยังมีทุ่งดอกเนโมฟิลาปูพรมสีฟ้าสุดลูกหูลูกตาในฤดูใบไม้ผลิ ” Mr.Yutaka Okunuki
Plant Management Chief, Hitachi Seaside Park
Hitachi Seaside Park - Ibaraki
แม้จะไม่ใช่สวรรค์แต่ก็ดูคล้ายๆ เพราะที่นี่คือสวนสวรรค์สำหรับคนรักไม้ดอกไม้ประดับอย่างแท้จริง กับอาณาจักรแห่งไม้ดอกที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่า 1,900,000 ตารางเมตร ละลานตาไปด้วยดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ไฮไลต์ของสวนดอกไม้ฮิตาจิ ซีไซด์ พาร์คแห่งนี้อยู่ใน 2 ช่วงฤดูสำคัญ คือสวนสวรรค์สีฟ้าที่เต็มไปด้วยดอกเนโมฟิลา (Nemophila) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Baby Blue Eyes กว่า 4,500,000 ดอก ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กลมกลืนไปกับบรรยากาศของท้องฟ้าและมหาสมุทร ขณะที่พุ่มโคเกีย (Kochia scoparia) กว่า 32,000 ต้น จะทำให้เนินดอกไม้กลายเป็นสีแดงสดใสในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เสมือนหนึ่งได้เดินเล่นอยู่ในสวนสวรรค์ยังไงยังงั้น ความลับที่ทำให้สวนไม้ดอกแห่งนี้สวยงามดั่งสวนสวรรค์ของใครหลายคน คือความพิถีพิถันและใส่ใจดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก อย่างต้นโคเกียหรือที่บางคนเรียกกันว่า “หญ้าไม้กวาด” ต้องเริ่มจากการขุดหลุมปลูกแบบ 1 ต้นต่อ 1 หลุมเป็นแถวยาวเรียงราย ระยะห่างระหว่างหลุมก็จะกำหนดให้เท่ากันที่ 70 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะห่างที่พอดีที่จะทำให้ต้นโคเกียจะไม่แตกกิ่งก้านมาเบียดบังกันเมื่อโตขึ้น อีกทั้งหลุมที่ฝังก็ต้องลึกพอดีที่จะไม่ทำให้ต้นล้มหากต้องเจอลมทะเลแรงๆ ที่สำคัญ การปลูกต้นโคเกียจะไม่ใช้วิธีปลูกด้วยเมล็ด แต่ชาวสวนจะคัดขนาดของต้นอ่อนที่มีขนาดพอๆ กันก่อนที่จะนำมาปลูก เพื่อให้พุ่มโคเกียมีขนาดใกล้เคียงกันเมื่อมันเติบโตเต็มที่ สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าชมต้นโคเกียจะเริ่มประมาณเดือนสิงหาคม ในช่วงเวลานี้ต้นโคเกียจะมีสีเขียวชอุ่มสดใส ในช่วงกลางคืนจะมีการจัดแสดงแสงไฟสวยงามตระการตา ส่วนไฮไลต์เด็ดที่หลายคนเฝ้ารอจะอยู่ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม เมื่อต้นโคเกียเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง ก่อนที่จะกลายเป็นสีแดงสดใสไปทั้งเนินเขาย่อมๆ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่พีคที่สุดในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคมสำหรับการชมโคเกีย หลังจบฤดูชมโคเกีย ก็จะเป็นเวลาที่ดอกเนโมฟิลาจะเริ่มเชิดฉายบ้างบนอาณาเขตที่กว้างใหญ่กว่า 35,000 ตารางเมตร ซึ่งชาวสวนจะเริ่มปลูกกันตั้งแต่เดือนธันวาคมซึ่งถือเป็นช่วงหน้าหนาว ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะต้องมีการปิดคลุมสวนดอกเนโมฟิลาขนาด 35,000 ตารางเมตรไว้ตลอดช่วงหน้าหนาว เพื่อหลีกเลี่ยงความเย็นจัดอันจะทำให้ต้นอ่อนเกิดความเสียหาย ก่อนที่จะอวดโฉมอีกครั้งในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งชาวสวนจะต้องเช็คสภาพอากาศที่แน่นอนอีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อระวังไม่ให้ดอกเนโมฟิลาที่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศเกิดความเสียหาย ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมดอกเนโมฟิลาจะอยู่ในช่วงประมาณปลายเมษายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม และนี่ก็คือที่มาของสวนสวรรค์แห่งไม้ดอกมหัศจรรย์ใน 2 ฤดูที่แตกต่าง ซึ่งนอกจากการเดินเที่ยวชมความสวยงามของไม้ดอกและไม้พุ่มแล้ว ยังมีบริการจักรยานให้เช่าเพื่อปั่นเล่นรอบๆ แถมยังมีสวนสนุกให้ไปเที่ยวเล่นได้ด้วย

Information

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 450 เยน, ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) 210 เยน, เด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) ฟรี ช่วงฤดูสำหรับการชมสวนจะเปิดทำการทุกวัน เช็คข้อมูลตารางเวลาเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://en.hitachikaihin.jp/flower-calendar.html หากเป็นช่วงนอกฤดูการชมสวนจะหยุดทุกวันจันทร์ แต่หากวันจันทร์เป็นวันหยุดราชการจะเลื่อนไปหยุดวันอังคาร (วันหยุดประจำปีคือวันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม และจะหยุด 4 วันติดต่อกันอีกครั้งในช่วงวันอังคารแรกของเดือนกุมภาพันธ์) เวลาเปิดปิด 09.30-17.00 น. (1 มีนาคม – 20 กรกฎาคม และ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม) 09.30-18.00 น. (21 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม) 09.30-16.30 น. (1 พฤศจิกายน ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่

เว็บไซต์ ฮิตาจิ ซีไซด์ พาร์ค (ภาษาอังกฤษ) http://en.hitachikaihin.jp เว็บไซต์การท่องเที่ยวจังหวัดอิบารากิ (ภาษาอังกฤษ) http://english.ibarakiguide.jp/

การเดินทาง

เดินทางจากโตเกียว เริ่มต้นที่สถานี JR Ueno ขึ้นรถไฟสาย Joban ขบวนด่วนพิเศษ ใช้เวลา 70 นาที แล้วลงที่สถานี JR Katsuta เดินออกทางประตู East Exit แล้วไปต่อรถบัส Ibaraki Kotsu ที่ป้ายรถหมายเลข 2 นั่งไปอีกประมาณ 20 นาที แล้วลงที่ป้าย Kaihin Koen Nishiguchi ก็จะถึงสวน (หรือถ้านั่งแท็กซี่จากสถานี JR Katsuta จะใช้เวลา 15 นาที)

บริษัทที่จำหน่ายทัวร์ไปเส้นทางนี้

Other Attractions

เมืองนัตโต แห่งญี่ปุ่น

นัตโต (Natto) คือถั่วเหลืองหมัก เป็นอาหารเช้ายอดนิยมของชาวญี่ปุ่น

ยินเสียงร่ำไห้ของมังกร

ว่ากันว่า ภาพเขียนเพดานลายมังกรร่ำไห้ (Nakiryu) แห่งโถงยาคุชิโด (Yakushi-do) ภายในศาลเจ้าโทโชกูแห่งเมืองนิกโก้ (Nikko Toshogu Shrine) สามารถเปล่งเสียงร้องไห้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

สวนดอกบ๊วยสุดสวยแห่งญี่ปุ่น

สวนไคระคุเอน (Kairaku-en) ถือเป็น 1 ใน 3 ของสวนที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น

เมืองนัตโต แห่งญี่ปุ่น

นัตโต (Natto) คือถั่วเหลืองหมัก เป็นอาหารเช้ายอดนิยมของชาวญี่ปุ่น แต่หากจะถามถึงเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องนัตโต ก็ต้องนึกถึงเมืองมิโตะ (Mito) หนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อมากถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ยังได้ ลองมาชิมนัตโต แบบฉบับต้นตำรับสักครั้ง หรือจะซื้อไปเป็นของฝากก็เข้าท่าดีนะ

ยินเสียงร่ำไห้ของมังกร

ว่ากันว่า ภาพเขียนเพดานลายมังกรร่ำไห้ (Nakiryu) แห่งโถงยาคุชิโด (Yakushi-do) ภายในศาลเจ้าโทโชกูแห่งเมืองนิกโก้ (Nikko Toshogu Shrine) สามารถเปล่งเสียงร้องไห้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ลองยืนใต้หัวมังกรแล้วปรบมือ จะได้ยินเสียงสะท้อนก้องกังวานแสนประหลาดระหว่างพื้นกับเพดาน ซึ่งฟังดูคล้ายกับเสียงร้องไห้อันแสนเศร้าหมองของมังกร

สวนดอกบ๊วยสุดสวยแห่งญี่ปุ่น

สวนไคระคุเอน (Kairaku-en) ถือเป็น 1 ใน 3 ของสวนที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่นที่สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี ตั้งอยู่ในเมืองมิโตะ (Mito) ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่งดงามของทั้งสวนป่าและสระน้ำ โดยมีความงามของดอกบ๊วยเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา ซึ่งจะเบ่งบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนมีนาคม ถือเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุด
กฏกติกาและของรางวัล “Share Japan Story”

วิธีการร่วมสนุก
• ผู้ร่วมกิจกรรมต้องเลือกแชร์เรื่องราวที่ลงบนเว็บไซต์ Japan Story (www.japanstory.org) ลงบน Facebook Account ของคุณ
• ผู้ร่วมกิจกรรมต้องตั้งค่าโพสเป็น สาธารณะ(Public)
• การแชร์ 1 ครั้ง จะได้รับ 1 สิทธิ์ Lucky Draw
• จำกัดจำนวนครั้งในการแชร์ให้เปลี่ยนเป็นจำนวนสิทธิ์ในการ Lucky Drawได้สูงสุด 10 สิทธิ์ต่อวัน


เกณฑ์การได้รับของรางวัล มีรายละเอียดดังนี้
• ของรางวัลได้แก่ Gift Voucher Yunomori Onsen Sukhumvit 26 มูลค่า 450 บาท จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1 ใบ
• จับรางวัลครั้งเดียววันที่ 3 พฤศจิกายน 2558
• ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลบนหน้าเว็บไซต์ Japan Story (www.japanstory.org) วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558
• ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถรับรางวัลได้เพียงครั้งเดียวตลอดระยะเวลากิจกรรม
• ผู้ได้รับรางวัลจะต้องติดต่อกลับทีมงานผ่านหน้า "ติดต่อ JNTO" เพื่อทำการยืนยันตัวตน

ข้อกำหนดและเงื่อนไขกิจกรรม
1. ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องมีบัญชี Facebook (Facebook Account) เป็นของตนเอง
2. ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องมีสัญชาติไทย และอาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
3. ห้ามโพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่มีเนื้อหาที่หยาบคาย ส่อไปในทางลามกอนาจาร หรือเกี่ยวข้องกับสถาบันต่างๆ พาดพิงบุคคลอื่นให้เกิดความเสียหาย
4. ผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลจะต้องไม่มีเจตนาทุจริต หรือกระทำการอันผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม เช่น
• ใช้โปรแกรมช่วยเหลือหรือเจาะระบบแอพพิลเคชั่นโดยมีเจตนาทุจริตเพื่อต้องการของรางวัล
• การตรวจสอบจะครอบคลุมไปถึงความผิดปกติในการใช้งานอื่นๆ นอกเหนือไปจากที่กล่าวไว้ข้างต้น ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์ผู้ร่วมกิจกรรมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่ทีมงานตรวจสอบพบว่า มีการกระทำใดๆ ที่เข้าข่ายทุจริตหรือผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
5. กิจกรรมเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2558
6. ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงของรางวัลในมูลค่าที่เท่ากัน ของรางวัลไม่สามารถแลกเปลี่ยนมูลค่าเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
7. ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของกิจกรรมอย่างถูกต้อง ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการงดมอบของรางวัลหากผู้มีสิทธิ์ได้รับของรางวัลไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้
8. ทีมงานมีสิทธิ์ปฏิเสธ ยกเลิก หรือหยุดกิจกรรม ได้โดยชอบธรรมและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิ์ในการเรียกร้อง หรือร้องขอผลจากการสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นทางตรงและทางอ้อมจากบริษัทฯ
9. การตัดสินชี้ขาดของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด
10. ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข และ/หรือ ปรับกลไกวิธีของกิจกรรมในครั้งนี้ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวกับของรางวัลตามดุลพินิจของทีมงาน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
11. ผู้ร่วมกิจกรรมยินยอมให้ทีมงานมีสิทธิ์อย่างเด็ดขาดในการ พิมพ์และ/หรือเผยแพร่รายชื่อและรูปถ่ายของผู้ได้รับรางวัลเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ในปัจจุบันและ/หรือในอนาคต
12. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้อ่านและเข้าใจข้อความดีแล้ว ตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ