“ ตำนานฟาร์มลาเวนเดอร์แห่งท้องทุ่งฟูราโน่ ”

Farm Tomita / Nakafurano City, Hokkaido

“ หลายคนคงได้ยินเรื่องราวประทับใจกับการไปเที่ยวทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในฮอกไกโดกันมาบ้าง กับเสน่ห์ของท้องทุ่งสีม่วงที่ไม่เพียงแค่ชม แต่ยังสามารถสัมผัสรสชาติความหอมหวานผ่านอาหารเมนูต่างๆ และอีกหลากหลายกิจกรรมที่น่าทำในทุ่งดอกไม้สีม่วงนี้ โดยมีคุณลุงโทมิตะเจ้าของฟาร์มเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงและความไม่ย่อท้อ ” Miki Matsuda
Director of Industrial Construction Division, Chamber of Commerce Tourism and Labor, Nakafurano town
Farm Tomita - Nakafurano City, Hokkaido
ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าท้องทุ่งสีม่วงแห่งเมืองนาคะฟูราโน่ (Nakafurano) คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ทำให้ทุกคนนึกถึงฮอกไกโดทุกครั้งที่ได้เห็น แต่กว่าจะมาเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่โด่งดังอย่างในทุกวันนี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของท้องทุ่งสีม่วงแห่งเมืองนาคะฟูราโน่นี้ก็คือ ทาดาโอะ โทมิตะ (Tadao Tomita) บุรุษเจ้าของฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) ฟาร์มลาเวนเดอร์ที่มีชื่อเสียงในฮอกไกโด เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นราวๆ ปี ค.ศ.1903 เมื่อ โทคุมะ โทมิตะ (Tokuma Tomita) ซึ่งเป็นปู่ของ ทาดาโอะ โทมิตะ เจ้าของฟาร์มโทมิตะคนปัจจุบัน เดินทางจากจังหวัดฟุคุอิเพื่อมาลงหลักปักฐานในแถบนาคะฟูราโน่ เขาเริ่มต้นบุกเบิกพื้นที่แถบนี้ด้วยการปรับปรุงสภาพพื้นดินเพื่อให้พร้อมสำหรับการทำเกษตรกรรม ด้วยการลองผิดลองถูกกับพืชผลมากมาย กว่าที่จะได้เริ่มต้นปลูกลาเวนเดอร์จริงๆ ก็ประมาณปี ค.ศ.1958 โดยคนรุ่นหลานอย่าง ทาดาโอะ โทมิตะ เริ่มปลูกลาเวนเดอร์โดยมีสมาชิกในครอบครัวคอยช่วยเหลือ โดยหวังที่จะสร้างฟาร์มให้เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ ในการผลิตน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์เพื่อออกวางจำหน่าย ซึ่งดูเหมือนตลาดน้ำหอมกำลังไปได้ดีในเวลานั้น ทว่ายังไม่ทันได้ทำน้ำหอมของตัวเองออกจำหน่าย อุตสาหกรรมการผลิตน้ำหอมในญี่ปุ่นดูเหมือนจะซบเซาลงในช่วงเวลาต่อมา อันเนื่องมาจากการนำเข้าน้ำหอมราคาถูกจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีการนำสารสังเคราะห์มาใช้แทนการผลิตน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ ทำให้ต้นทุนของน้ำหอมถูกลงเป็นอย่างมาก เมื่อตลาดน้ำหอมดำเนินไปในแนวทางนี้ จึงทำให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำหอมเลิกกิจการไปมากมาย พร้อมๆ กับฟาร์มลาเวนเดอร์อีกหลายแห่งที่ต้องปิดตัวลง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โทมิตะต้องคิดหนักอีกครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะยืนหยัดทำฟาร์มลาเวนเดอร์ต่อไปแม้จะต้องประสบปัญหาขาดทุน แต่แล้วสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1976 เป็นต้นมา เมื่อช่างภาพจากบริษัทขนส่งมวลชนที่ยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่นอย่างการรถไฟญี่ปุ่น (Japan Railway) เลือกภาพท้องทุ่งลาเวนเดอร์อันแสนงดงามของฟาร์มโทมิตะเป็นหนึ่งในภาพปฏิทินประจำปีของการรถไฟ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพราะใครๆ ก็อยากที่จะสัมผัสกับความงดงามของท้องทุ่งสีม่วงที่เต็มไปด้วยดอกลาเวนเดอร์ในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น ความสำเร็จจากปฏิทินในปีนั้น ทำให้ฟาร์มโทมิตะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นกอบเป็นกำ และต่อยอดมาสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลาเวนเดอร์อีกมากมาย ซึ่งนอกจากน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์แล้ว ก็ยังมีสบู่ลาเวนเดอร์ น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ ดอกไม้แห้งอบหอม ฯลฯ อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าชมกระบวนการผลิตได้อย่างใกล้ชิด แน่นอนว่าเสน่ห์ของทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงแห่งนี้ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะลาเวนเดอร์ยังสามารถนำไปประยุกต์เป็นเมนูอร่อยๆ ได้อีกหลายเมนู อาทิ ซอฟท์ครีมลาเวนเดอร์ พุดดิ้งลาเวนเดอร์ เครื่องดื่มซ่าๆ อย่างโซดาลาเวนเดอร์และอีกมากมาย นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องการปลูกลาเวนเดอร์แล้ว ฟาร์มโทมิตะยังมีการพัฒนาดอกไม้อีกหลากสายพันธุ์ให้ผลิดอกออกใบและสีสันที่สวยสดงดงาม ดังจะเห็นได้จากทุ่งดอกไม้ 7 สีหรือทุ่งอิโรโดริ (Irodori Field) ที่มีทั้งสีม่วง สีขาว สีแดง สีส้ม สีชมพู ฯลฯ งดงามดั่งสายรุ้งเลยทีเดียว

Information


​นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมทุ่งลาเวนเดอร์ได้ฟรี ซึ่งโดยปกติแล้ว ทุ่งลาเวนเดอร์จะเปิดให้เข้าชมในช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงกลางเดือนสิงหาคม และดอกลาเวนเดอร์บานเต็มที่ตลอดเดือนกรกฏาคม (สำหรับ Lavender Bus จะคิดค่าบริการ 200 เยน) ในส่วนของร้านค้าต่างๆ จะเปิดตั้งแต่ 8.30-17.00 น. (ช่วงฤดูหนาวจะปิดเร็วกว่านี้ประมาณ 30 นาที) สำหรับการเข้าชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ โดยปกติจะไม่มีวันหยุด แต่ร้านค้าบางส่วนอาจจะปิดทำการในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่

เว็บไซต์ฟาร์มโทมิตะ (ภาษาอังกฤษ) http://www.farm-tomita.co.jp/en/ เว็บไซต์เมืองฟูราโน่ (ภาษาอังกฤษ) http://www.furanotourism.com/en/ Facebook เซนทรัลฮอกไกโด (ภาษาไทย) www.facebook.com/HokkaidoPowderBeltThai

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟ JR Sapporo ขึ้น JR Limited Express Super Kamui (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที) ไปลงที่สถานี Asahikawa จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้น JR Furano Line (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที) แล้วไปลงที่สถานี Nakafurano
Other Attractions

บึงน้ำสีฟ้าอันแสนสดใส

อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองบิเอ (Bie) จังหวัดฮอกไกโด

ชมธรรมชาติผ่านเครื่องเล่นสนุกๆ

มาเปลี่ยนอารมณ์ในการเที่ยวชมบรรยากาศสวยงามท่ามกลางธรรมชาติของฟูราโน่ด้วยเซกเวย์

เรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์เมืองหนาว

สวนสัตว์อะซะฮิยะมะ คือสวนสัตว์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาคฮอกไกโด

บึงน้ำสีฟ้าอันแสนสดใส

อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองบิเอ (Bie) จังหวัดฮอกไกโด คือบึงน้ำสีฟ้าท่ามกลางธรรมชาติ ในวันที่อากาศสดใสยิ่งสะท้อนให้เห็นสีฟ้าของผืนน้ำท่ามกลางแมกไม้นานาพันธุ์ อีกหนึ่งซีนที่สวยงามเกินบรรยายจนทำให้คุณไม่อยากจะละสายตาเลยเชียว

ชมธรรมชาติผ่านเครื่องเล่นสนุกๆ

มาเปลี่ยนอารมณ์ในการเที่ยวชมบรรยากาศสวยงามท่ามกลางธรรมชาติของฟูราโน่ด้วยเซกเวย์ (Segway) พาหนะที่จะพาคุณท่องเที่ยวไปยังเส้นทางต่างๆ อย่างสนุกสนาน

เรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์เมืองหนาว

สวนสัตว์อะซะฮิยะมะ คือสวนสัตว์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาคฮอกไกโด ถือเป็นสวนสัตว์ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ตื่นตาตื่นใจไปกับความน่ารักของสัตว์เมืองหนาว พร้อมสนุกสนานไปกับการเรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์โลกอันแสนน่ารักเช่น หมีขั้วโลก นกเพนกวิน แมวน้ำ และอีกมากมาย
กฏกติกาและของรางวัล “Share Japan Story”

วิธีการร่วมสนุก
• ผู้ร่วมกิจกรรมต้องเลือกแชร์เรื่องราวที่ลงบนเว็บไซต์ Japan Story (www.japanstory.org) ลงบน Facebook Account ของคุณ
• ผู้ร่วมกิจกรรมต้องตั้งค่าโพสเป็น สาธารณะ(Public)
• การแชร์ 1 ครั้ง จะได้รับ 1 สิทธิ์ Lucky Draw
• จำกัดจำนวนครั้งในการแชร์ให้เปลี่ยนเป็นจำนวนสิทธิ์ในการ Lucky Drawได้สูงสุด 10 สิทธิ์ต่อวัน


เกณฑ์การได้รับของรางวัล มีรายละเอียดดังนี้
• ของรางวัลได้แก่ Gift Voucher Yunomori Onsen Sukhumvit 26 มูลค่า 450 บาท จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1 ใบ
• จับรางวัลครั้งเดียววันที่ 3 พฤศจิกายน 2558
• ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลบนหน้าเว็บไซต์ Japan Story (www.japanstory.org) วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558
• ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถรับรางวัลได้เพียงครั้งเดียวตลอดระยะเวลากิจกรรม
• ผู้ได้รับรางวัลจะต้องติดต่อกลับทีมงานผ่านหน้า "ติดต่อ JNTO" เพื่อทำการยืนยันตัวตน

ข้อกำหนดและเงื่อนไขกิจกรรม
1. ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องมีบัญชี Facebook (Facebook Account) เป็นของตนเอง
2. ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องมีสัญชาติไทย และอาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
3. ห้ามโพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่มีเนื้อหาที่หยาบคาย ส่อไปในทางลามกอนาจาร หรือเกี่ยวข้องกับสถาบันต่างๆ พาดพิงบุคคลอื่นให้เกิดความเสียหาย
4. ผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลจะต้องไม่มีเจตนาทุจริต หรือกระทำการอันผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม เช่น
• ใช้โปรแกรมช่วยเหลือหรือเจาะระบบแอพพิลเคชั่นโดยมีเจตนาทุจริตเพื่อต้องการของรางวัล
• การตรวจสอบจะครอบคลุมไปถึงความผิดปกติในการใช้งานอื่นๆ นอกเหนือไปจากที่กล่าวไว้ข้างต้น ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์ผู้ร่วมกิจกรรมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่ทีมงานตรวจสอบพบว่า มีการกระทำใดๆ ที่เข้าข่ายทุจริตหรือผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
5. กิจกรรมเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2558
6. ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงของรางวัลในมูลค่าที่เท่ากัน ของรางวัลไม่สามารถแลกเปลี่ยนมูลค่าเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
7. ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของกิจกรรมอย่างถูกต้อง ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการงดมอบของรางวัลหากผู้มีสิทธิ์ได้รับของรางวัลไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้
8. ทีมงานมีสิทธิ์ปฏิเสธ ยกเลิก หรือหยุดกิจกรรม ได้โดยชอบธรรมและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิ์ในการเรียกร้อง หรือร้องขอผลจากการสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นทางตรงและทางอ้อมจากบริษัทฯ
9. การตัดสินชี้ขาดของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด
10. ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข และ/หรือ ปรับกลไกวิธีของกิจกรรมในครั้งนี้ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวกับของรางวัลตามดุลพินิจของทีมงาน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
11. ผู้ร่วมกิจกรรมยินยอมให้ทีมงานมีสิทธิ์อย่างเด็ดขาดในการ พิมพ์และ/หรือเผยแพร่รายชื่อและรูปถ่ายของผู้ได้รับรางวัลเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ในปัจจุบันและ/หรือในอนาคต
12. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้อ่านและเข้าใจข้อความดีแล้ว ตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ