สายน้ำกับใบไม้แดง ฝึกนินจาที่ป่าอะคะเมะ

The river with red leaves Practice Ninja at Akame

มิเอะ | Mie

จังหวัดมิเอะ (Mie) ตั้งอยู่ภูมิภาคชูบุ (Chubu) ที่อยู่ตอนกลางของเกาะฮอนชู (Honshu)เป็นภูมิภาคที่มีวิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติที่หลากหลาย มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งทะเลและภูเขา จึงรุ่งเรืองด้วยการเกษตรและประมง และมีของกินอร่อยๆ มากมาย ซึ่งนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และประเพณีโบราณแล้ว และจังหวัดมิเอะยังมีธีมพาร์คและแหล่งช้อปปิ้งให้ได้เพลิดเพลินอีกหลากหลายแห่ง ซึ่งในช่วงเวลาของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่คุ้มค่าของการมาชมคือในช่วงเดือนพฤศจิกายน

จุดเด่นของเมืองนี้คือ สถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดนินจา พร้อมโด่งดังด้วยศาลเจ้าระดับแนวหน้าอย่างศาลเจ้าอิเซะจิงงู (Ise Jingu Shrine) เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี มีความพิเศษเพราะเป็นศาลเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยและเคารพสักการะมาแต่สมัยโบราณในฐานะมาตุภูมิทางจิตวิญญาณ มีชื่อเรียกคุ้นปากกันทั่วไปว่า โอะอิเสะซัง (Oise-san) และยังมี ศาลเจ้าฟุตะมิโอะคิทะมะ (Futamiokitama Shrine) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงชีวิตสมรสที่ราบรื่นของสามีภรรยา

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเกาะไข่มุกมิกิโมะโตะ (Mikimoto Pearl Island) อยู่ภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติอิเซะชิมะ (Ise-Shima National Park) และทั่วทั้งเกาะคือธีมพาร์คเกี่ยวกับไข่มุก ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เกี่ยวกับไข่มุกและการเพาะเลี้ยง และยังสามารถเข้าชมการสาธิตเพาะเลี้ยงไข่มุกในท้องทะเลโดยหญิงสาวนักดำน้ำที่เรียกว่า “อามะ (Ama)” ได้ด้วยแม้จะอยู่ในฤดูหนาว นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเครื่องประดับจากมุกชั้นนำระดับโลกจำหน่าย ให้ได้เลือกซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกการเดินทางอีกด้วย

นอกจากนี้ฤดูใบไม้เปลี่ยนสียังเป็นฤดูแสนอร่อยของกุ้งอิเสะ (Spiny Lobster) หอยนางรม และฟุกุ (Fugu) หรือปลาปักเป้า ซึ่งล้วนเป็นของขึ้นชื่อของมิเอะทั้งสิ้น จึงไม่ควรพลาดโอกาสลิ้มลองเมนูเด็ดเหล่านี้

สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของจังหวัดมิเอะ (Mie) ได้แก่

  • น้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิ (Akame 48 Waterfalls)
  • หุบเขาคะโอะจิดานิ (Kaochi-dani Valley)
  • หุบเขามิยะซึมะ (Miyazuma Gorge)
  • หุบเขามิซุซาวะโมมิจิดานิ (Mizusawa Momiji-dani Valley)
  • ภูเขาโกะไซโชะดาเกะ (Mt. Gozaisho-dake)

น้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิ (Akame 48 Waterfalls), มิเอะ (Mie)

น้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิ (Akame 48 Waterfalls) หรือ น้ำตก 48 สายแห่งอากาเมะ เป็น 1 ใน 100 อันดับน้ำตกที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีน้ำตกน้อยใหญ่หลายสายที่มารวมตัวกันอยู่ในหุบเขาเป็นแนวต่อเนื่องเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรตรงบริเวณพรมแดนระหว่างจังหวัดมิเอะ(Mie)กับจังหวัดนารา (Nara) ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี้จะมีต้นอิโระฮะโมมิจิ (Japanese Maple) ต้นคาเอเดะ (Maple) และต้นยามะซากุระ (Yamazakura) ที่ย้อมหุบเขาแห่งนี้ให้กลายเป็นสีแดง ส้ม เหลือง น้ำตาล เคียงคู่กับน้ำตกช่างสวยงามชวนตะลึง

ถ้าหากจะชมความงามของน้ำตกให้เต็มที่มากที่สุดโดยไม่รีบร้อน ก็เผื่อเวลาไว้อย่างต่ำสี่ถึงห้าชั่วโมง และสามารถลองแวะชมศูนย์ซาลาแมนเดอร์ตรงทางเข้าเส้นทางปีนเขา มีห้องโถงเพื่อการเรียนรู้ขนาดเล็กเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับซาลาแมนเดอร์ยักษ์ของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในแม่น้ำตลอดเส้นทางปีนเขาเพราะน้ำตกที่นี้มีสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและปราศจากมลภาวะเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของซาลาแมนเดอร์ยักษ์

ในช่วงเย็นถึงกลางคืนในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีการประดับไฟไลท์อัพส่องทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่บริเวณน้ำตกเรจะดาคิ (Reija-daki Fall) และ น้ำตกฟุโดดาคิ (Fudo-daki Fall) ซึ่งเป็นหนึ่งในน้ำตก 48 สายแห่งอากาเมะ ภาพของน้ำตกและใบไม้เปลี่ยนสียามต้องแสงไฟ LED หลากสีสันนั้นสวยงามให้อารมณ์ที่ต่างจากตอนกลางวันไปอีกแบบ

ข้อมูลแนะนำ

การประดับไฟไลท์อัพส่องทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่บริเวณน้ำตกเรจะดาคิ (Reija-daki Fall) และ น้ำตกฟุโดดาคิ (Fudo-daki Fall) สำหรับปีนี้กำหนดการประดับไฟไลท์อัพในวันที่ 3 – 25 พฤศจิกายน 2018 ในช่วงเวลาเวลา 16:00 – 20:00 น.


การเดินทาง

จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟ JR Osaka Loop Line ไปลงที่สถานี Tsuruhashi ใช้เวลา 16 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Kintetsu Osaka Line ไปลงที่สถานี Akameguchi ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที แล้วต่อรถ Mie Kotsu Bus ไปลงที่ป้าย Akame Shijuhachi Taki ใช้เวลา 10 นาที จากนั้นเดินประมาณ 5 นาที


เว็บไซต์ข้อมูลเพิ่มเติม

เที่ยวภูมิภาคจูบุ อย่างจุใจ จากนาโกย่ามุ่งหน้าสู่โอซาก้า ภูมิภาค : ชูบุ (Chubu) Akeme 48 Waterfalls Association The 48 waterfalls of Akame, birthplace of the Ninja

ลองเป็นนินจาดูสักครั้งที่ นินจาโนะโมริ (Ninja no Mori), มิเอะ (Mie)

กล่าวกันว่าบรรพบุรุษของนินจา (Ninja) นั้นถือกำเนิดขึ้นในดินแดนอิงะ (Iga) ในจังหวัดมิเอะ (Mie) และดินแดนโคงะ (Koga) ในจังหวัดชิงะ (Shiga) ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีวิทยายุทธเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และในจังหวัดมิเอะซึ่งเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดนินจาก็มีอีกหนึ่งสถานที่เหล่านินจานั้นได้ซ่อนตัวอยู่ในป่าอะคะเมะ นั้นก็คือนินจาโนะโมริ (Ninja no Mori)

“นินจาโนะโมริ (Ninja no Mori)” ให้ทดลองสัมผัสประสบการณ์การฝึกของนินจาได้อย่างง่ายๆ โดยมีเครื่องเล่นมากกว่า 10 ชนิดให้เราได้สนุก พร้อมเรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ วิทยายุทธอันลึกลับแห่งนินจาที่มีมาแต่โบราณและในตอนท้ายก็จะได้รับประกาศนียบัตรด้วย รับรองว่าการได้สวมใส่ชุดนินจาสีที่ชอบแล้วออกไปวาดลวดลายท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่จะเป็นประสบการณ์แสนสนุกที่น่าจดจำอย่างแน่นอน และเด็กๆ ก็ยังร่วมเล่นได้อีกด้วย (เด็กต่ำกว่าชั้นประถมต้องมีผู้ปกครองติดตามมาด้วย)

เว็บไซต์ข้อมูลเพิ่มเติม : The 48 waterfalls of Akame, birthplace of the Ninja