“Engimono” เครื่องรางนำโชค สิ่งสร้างกำลังใจของคนญี่ปุ่น

ใครๆ ก็อยากให้ชีวิตมีโชคดีมากกว่าโชคร้าย ชาวญี่ปุ่นเองก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องโชคลางเช่นกัน เครื่องรางนำโชคหรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Engimono” เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าจะช่วยนำความโชคดีเข้ามาให้แก่ผู้ที่ถือครอง เครื่องรางนำโชคนั้นมีหลากหลายรูปแบบในแต่ละแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เหนือจรดใต้ ความหมายของเครื่องรางนำโชคนั้นได้ผ่านการบอกเล่ารุ่นต่อรุ่น ทำให้เกิดความเชื่อสืบต่อกันมาว่าสิ่งนั้นหรือสัญลักษณ์นั้นมีความหมายที่ดีและให้โชคให้คุณแตกต่างกันไป

“Engimono” คืออะไร มีความหมายอะไร สำคัญอย่างไรกับคนญี่ปุ่น?

“Engimono” หมายถึงเครื่องรางหรือสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายให้โชคดีในด้านต่างๆ เช่น ทำให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ให้ทำมาค้าขึ้น หรือให้ครอบครัวมีสุขภาพดี เป็นต้น เช่น ในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่จะมีการซื้อ “Eto” (สิงโตนำโชค) และ “Shichifukujin” (เทพเจ้าทั้งเจ็ด) จากทางวัดหรือศาลเจ้าเป็นจำนวนมาก

ภาพสินค้าที่ออกแบบมาเป็นรูปทรง “เทพเจ้าทั้งเจ็ด”

Engimono หรือสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีที่ชาวญี่ปุ่นทั่วทั้งประเทศให้ความสำคัญก็คือ “ภูเขาไฟฟูจิ” คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากฝันเห็นภูเขาไฟฟูจิในคืนแรกของปี (เรียกว่า“Hatsuyume”) จะถือว่าโชคดีเป็นอย่างมาก นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าภูเขาไฟฟูจิเป็นหัวใจและจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นมาช้านาน มิใช่เป็นเพียงภูเขาที่สูงที่สุดเท่านั้นแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าสถิตอยู่ด้วย และภูเขาไฟฟูจิยังได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2013

ดารุมะ (ซ้าย) และ แมวกวัก (ขวา)

นอกจากนี้เครื่องรางนำโชคที่มีชื่อเสียที่รู้จักกันทั่วไปคือ “Maneki-neko” หรือที่คนไทยเรียกว่าแมวกวัก ซึ่งนิยมนำมาประดับร้านค้าหรือร้านอาหารโดยเชื่อว่าจะช่วยให้ขายดีทำมาค้าขึ้น และอีกอย่างคือเครื่องรางนำโชคที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางอีกอย่างหนึ่งคือ “ตุ๊กตา Daruma” ถูกออกแบบเพื่อเป็นตัวแทนผู้ค้นพบศาสนาพุทธนิกายเซน ผู้คนคลั่งไคล้ตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่สีแดงหน้าตาขึงขังตัวนี้กันอยู่ไม่น้อย ตุ๊กตา Daruma ส่วนใหญ่ทำขึ้นบริเวณภูมิภาค Tohoku และ Kanto

ตอนแรก ดารุมะจะไม่มีดวงตาทั้งสองข้าง เชื่อกันว่าหากต้องการขอพร ให้เราเขียนดวงตาซ้ายเพียงข้างเดียวให้ดารุมะ จากนั้นให้อธิษฐานขอพร รวมทั้งบอกดารุมะว่า หากดารุมะช่วยให้สมปรารถนาจะมาเขียนตาอีกข้างให้ จะได้มีดวงตาครบทั้งสองข้าง

ในญี่ปุ่นมีเครื่องรางนำโชคที่ผ่านยุคผ่านสมัยและทำขึ้นด้วยวิธีพื้นบ้านเป็นแบบฉบับของตนเองอยู่ทั่วประเทศ เช่น งานเปเปอร์มาเช่ งานแกะสลักไม้ และเครื่องดินเผา และทุกวันนี้มีการพัฒนาในรูปแบบหลากหลายตั้งแต่ของประดับตกแต่งที่บ้านไปจนถึงพวงกุญแจสายห้อยโทรศัพท์มือถือ และเครื่องเขียน ซึ่งมีวางขายในร้านขายของที่ระลึกทั่วไป ของฝากเหล่านี้ไม่เพียงนำมาซึ่งโชคลาภเท่านั้นแต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจอย่างดีให้คุณคิดถึงการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนอกจากเครื่องรางนำโชคแบบดั้งเดิมแล้วก็ยังมีเครื่องรางนำโชคอีกหลายๆแบบในพื้นที่เหนือจรดใต้ของญี่ปุ่น

จะขอแนะนำเครื่องรางนำโชคที่เรียบง่ายและน่าสนใจ

สามารถหาซื้อได้ทั่วไปที่ร้านขายของที่ระลึกท้องถิ่นทั่วประเทศญี่ปุ่น

Shinobi-goma (จังหวัด Iwate)

Goma แปลว่าม้า เป็นเครื่องรางนำโชคเพื่อขอพรให้การเก็บเกี่ยวพืชผลอุดมสมบูรณ์
เครื่องรางนำโชคนี้มีที่มาจากจังหวัด Iwate ซึ่งผู้คนในจังหวัดนี้มักดูแลเอาใจใส่ม้าเป็นอย่างดี เพื่อใช้ทำงานในไร่สวนของพวกเขา

Akabeko (จังหวัด Fukushima)

Aka แปลว่า สีแดง ส่วน Beko แปลว่าวัว เป็นงานเปเปอร์มาเช่รูปวัวสีแดง หัวแกว่งไปมาได้ เชื่อว่าวัวเป็นสัตว์ที่ทรงพลัง และยังเชื่อว่า สีแดงเป็นสีที่ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เครื่องรางนำโชคนี้จึงมีไว้สำหรับขอพรให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและขจัดปัดเป่าจากโรคภัยไข้เจ็บ

Aka-Fukurou (กรุง Tokyo)

Aka แปลว่า สีดีแดง ส่วน Fukurou เป็นคำพ้องเสียง แปลว่า “นกฮูก” และยังแปลว่า “ไม่เหนื่อยยาก” ได้ด้วย

นับเป็นเครื่องรางนำโชค เพื่อขอพรในเรื่องของสุขภาพ รวมทั้งให้ชีวิตมีแต่ความสุข ไม่เหนื่อยยาก

ว่ากันว่านกฮูกเป็นสัตว์นำโชคและสีแดงก็เป็นสีที่เชื่อมาช้านานว่าช่วยขับไล่วิญญาณปีศาจร้าย

Shigaraki-yaki No Tanuki (จังหวัด Shiga)

Tanuki หมายถึงตัวแรคคูน โดยเชื่อกันว่า Tanuki จะให้พรเรื่องธุรกิจการค้าและโชคลาภทางการเงิน
ซึ่งShigaraki-yaki No Tanuki ของจังหวัด Shiga นั้นเป็นเครื่องรางนำโชคที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างหนึ่ง

Hariko No Tora (จังหวัด Shimane)

Hariko แปลว่าเปเปอร์มาเช่ และ Tora แปลว่าเสือ เป็นเครื่องรางนำโชคเพื่อขอพรให้เด็กเติบโตแข็งแรง
โดยส่วนมากจะใช้เป็นของขวัญเพื่อแสดงความยินดีแก่กันในโอกาสที่ได้ลูกชายด้วย

Kiuso (จังหวัด Fukuoka) 

เครื่องรางนำโชคนี้รูปร่างคล้ายนก Bullfinch ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Uso” ใช้ในเทศกาลฉลองที่ศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu จังหวัด Fukuoka
และจำหน่ายเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้าน คำว่า“Uso” ยังแปลว่าโกหกในภาษาญี่ปุ่น
ดังนั้น “Kiuso” จึงเป็นการเล่นคำที่หมายความว่าเครื่องรางนำโชคนี้จะทำให้โชคร้ายที่ผ่านมาในปีที่แล้วกลายเป็นเรื่องโกหกแล้วเปลี่ยนเป็นโชคดีในปีนี้แทน

Kiji-uma (จังหวัด Kumamoto)

Kiji แปลว่าไก่ฟ้าซึ่งเชื่อว่าไก่ฟ้าจะนำความโชคดีมาให้ เครื่องรางนำโชคนี้มีชื่อว่า “Kiji-uma” นิยมใช้ขอพรให้เด็กเล็กมีสุขภาพดี เติบโตแข็งแรง
“Kiji-uma” นั้นเป็นของเล่นไม้ในภูมิภาคคิวชูที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 800 ปี

Shisa (Okinawa Prefecture)

Shisa (อ่านว่า ชีซ่า) เป็นรูปปั้นสัตว์ในตำนาน มีรูปร่างคล้ายสิงโต เชื่อกันว่าช่วยปัดเป่าวิญญาณปีศาจร้ายได้ พบเห็นได้มากในจังหวัดโอกินะวะมาหลายยุคหลายสมัย นิยมนำมาประดับรั้วหรือหลังคาบ้านเพื่อขับไล่ความชั่วร้าย ชีซ่าอาจดูมีหน้าตาดุร้ายน่ากลัว แต่จริงๆแล้วมีสินค้ารูปแบบตุ๊กตาชีซ่าน่ารักๆ มากมาย จึงกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (ภาษาอังกฤษ)

จดหมายข่าวอื่นๆ