พลาดไม่ได้แล้ว! โอกาสชมใบไม้เปลี่ยนสีครั้งสุดท้ายของปี!

ฤดูชม “ใบไม้เปลี่ยนสี” ของญี่ปุ่น ซึ่งเราจะได้ประทับใจกับภาพใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลืองหลากสีสันสวยงามนั้น อาจจะแตกต่างกันไปบ้างตามแต่ละท้องถิ่น โอกาสสุดท้ายในแต่ละปีที่เราจะสามารถเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ก็คือช่วงตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม และในครั้งนี้เราจะขอแนะนำสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นักท่องเที่ยวยังคงสามารถไปชมได้ทันในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม จึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

♦ เดินทางได้สะดวกจากในโตเกียว ภูมิภาคคันโต หรือจะมาจากนาโกย่า

ถนนต้นแปะก๊วยที่จิงกูไกเอ็น (Jingugaien Ginko Avenue)

สวนเมจิจิงกูไกเอ็น (Meiji-jingu Gaien) นั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาแต่สมัยโบราณ มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Meiji Memorial Picture Gallery และสนามกีฬาประเภทต่างๆครบครัน พร้อมทั้งธรรมชาติอันงดงาม ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกันอย่างเต็มอิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวถนนที่มีต้นแปะก๊วย(หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า กิงโกะ) เรียงรายเป็นแนวยาวว่า 300 เมตรนั้น เป็นจุดที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะเป็นสถานที่ในโตเกียวที่ผู้คนสามารถมาเดินเล่นกันเพื่อชื่นชมความงามของทิวแถวต้นแปะก๊วยหรือต้นกิงโกะสีเหลืองอร่าม ซึ่งเรียงตัวยาวเป็นเส้นตรง ดูงดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว และตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคมก็จะมีการจัดงานเทศกาลชมต้นแปะก๊วยที่จิงกูไกเอ็น (Jingugaien Gingko Festival) ภายในงานมีการออกร้านขายของที่ระลึกประเภทงานฝีมือและอาหารต่างๆมากมาย และมีผู้คนมาเที่ยวชมงานกันเนืองแน่นครึกครื้น

เทศกาลชมต้นแปะก๊วยที่จิงกูไกเอ็น (Jingugaien Gingko Festival)

ระยะเวลาจัดงาน: 18 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม (ศุกร์ – จันทร์)
เวลา: 10:00 – 18:00 น. (วันธรรมดา) / 9:00 – 18:00 น. (เสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) (วันสุดท้ายเลิก 14:00 น.)
ที่อยู่: 1-1 Kasumigaoka-machi, Shinjuku-ku, Tokyo
การเดินทาง: จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟ Tokyo Metro Marunouchi Line ใช้เวลาประมาณ 8 นาที มาลงที่สถานี Akasaka-mitsuke จากนั้นขึ้นรถไฟ Tokyo Metro Ginza Line ใช้เวลาประมาณ 3 นาที มาลงที่สถานี Aoyama-itchome หรือสถานี Gaiemmae แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): http://www.meijijingugaien.jp/english/ (สวนเมจิจิกูไกเอ็น)
เว็บไซต์ (ภาษาไทย): http://www.gotokyo.org/th/index.html (การท่องเที่ยวโตเกียว)

ชุเซนจิ นิจิโนะซะโตะ (Shuzenji Nijinosato)

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของที่นี่คือนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ช้ากว่าที่อื่นๆทั่วประเทศ ป่าเมเปิ้ลกว่า 1,000 ต้นกินพื้นที่ถึงหมู่บ้านหัตถกรรมทะคุมิโนะมุระ (Takumi Village) รวมแล้วมีมากกว่า 2,000ต้น ช่วยแต่งแต้มสีสันสวยสดงดงามให้กับทัศนียภาพรอบๆ นอกจากนี้เมื่อถึงเวลากลางคืนจะมีการจัดไลท์อัพสว่างสวยงามราวกับภาพในจินตนาการ สร้างบรรยากาศที่งดงามแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

เวลาทำการ: ตุลาคม – มีนาคม 9:00 – 16:00 น. (เมษายน-กันยายน เปิดทำการถึง 17:00 น.) (ประตูทางเข้าปิด 30 นาทีก่อนหมดเวลาทำการ)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1200 เยน เด็ก (ตั้งแต่ชั้นประถมลงมา) 600 เยน
ที่อยู่: 4279-3 Shuzenji, Izu-shi, Shizuoka
การเดินทาง: – จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ Tokaido Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มาลงที่สถานี Mishima จากนั้น ขึ้นรถไฟ Izuhakone Railway Sunzu Line ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มาลงที่สถานี Shuzenji แล้วขึ้นรถ Tokai Bus ใช้เวลาประมาณ 20 มาลงที่ Nijinosato
– จากสถานี JR Nagoya ขึ้นรถไฟ Tokaido Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที มาลงที่สถานี Mishima จากนั้น ขึ้นรถไฟ Izuhakone Railway Sunzu Line ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มาลงที่สถานี Shuzenji แล้วขึ้นรถ Tokai Bus ใช้เวลาประมาณ 20 มาลงที่ Nijinosato
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): http://www.nijinosato.com/english/index.html/ (เว็บไซต์ทางการ)
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): http://www.izuhakone.co.jp/railway/search/ (Izuhakone Railway)
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): https://www.tokaibus.jp/ (Tokai Bus)
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): https://www.jnto.go.jp/eng/regional/shizuoka/shuzenji.html (JNTO)

♦ เดินทางได้สะดวกจากภูมิภาคคันไซ

สวนมิโน (Mino Park)

สวนมิโนแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีสันทั้งแดง ส้ม เหลือง และเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบไม้เปลี่ยนสีบริเวณน้ำตกมิโน (Minoh falls) นั้นได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่นักท่องเที่ยว และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกแห่งญี่ปุ่นอีกด้วย ทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกและสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีก่อให้เกิดภาพที่งดงามเหนือระดับ อิออนประจุลบในน้ำตกและภาพวิวอันสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีจะช่วยปลอบประโลมและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ภายในบริเวณสวนยังมีวัด สะพาน และจุดต่างๆให้เราได้รื่นรมย์กับความงามของใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมทัศนียภาพอันงดงามของญี่ปุ่นอยู่อีกมากมายไม่รู้เบื่อ

ที่อยู่: 1-18 Mino Park, Mino-shi, Osaka
การเดินทาง: – จากสถานี JR Osaka อยู่ติดสถานี
– จากสถานี Hankyu Umeda ขึ้นรถไฟ Takarazuka Line ใช้เวลาประมาณ 15 นาที มาลงที่สถานี Ishibashi จากนั้นขึ้นรถไฟ Mino Line ใช้เวลาประมาณ 6 นาที มาลงที่สถานี Mino แล้วเดิน 5 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): http://www.mino-park.jp/ (สวนมิโน)
*สามารถเลือกภาษาที่ต้องการอ่านได้โดยคลิกที่ไอคอน Google
เว็บไซต์ (ภาษาไทย): http://www.osaka-info.jp/th/ (กรมการท่องเที่ยวโอซาก้า)

สวนริทสึริน (Ritsurin Garden)

สวนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น จนน่าจะเรียกได้ว่าเป็นสมบัติของชาติเลยทีเดียว พรั่งพร้อมด้วยองค์ประกอบอันน่าตื่นตาตื่นใจของญี่ปุ่นมากมาย ทั้งภูเขาและสระน้ำในบริเวณสวน พร้อมด้วยภูเขาชิอุง (Shiun Mountain) สูงตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ในตอนกลางคืนจะมีการจัดไลท์อัพบริเวณทิศใต้ของสวน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือในสระน้ำเพื่อรื่นรมย์กับความงามของใบไม้เปลี่ยนสียามค่ำคืน ซึ่งเป็นประสบการณ์การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไม่สามารถสัมผัสได้ที่อื่น

เวลาทำการ: 6:00 – 17:00 น. (เวลาทำการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน แต่จะเริ่มเปิดทำการเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและปิดทำการเวลาพระอาทิตย์ตก)
ระยะเวลาการจัดแสดงไลท์อัพ: 19 – 28 พฤศจิกายน (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) (จัดแสดงจนถึงเวลา 21:00 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 410 เยน เด็ก (ชั้นมัธยมต้นลงมา) 170 เยน
ค่าบริการล่องเรือ: ผู้ใหญ่ 610 เยน เด็ก (ชั้นมัธยมต้นลงมา) 300 เยน
ที่อยู่: 1-20-16 Ritsurin-cho, Takamatsu-shi, Kagawa
การเดินทาง: จากจุดโดยสารรถบัส หมายเลข 7 ชั้น 1 Kansai International Airport ขึ้น Highway Bus ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง มาลงที่ Highway Bus Terminal สถานี Takamatsu จากนั้นเดิน 5 นาที มาที่สถานี JR Takamatsu เพื่อขึ้นรถไฟ Kotoku Line ใช้เวลาประมาณ 5 นาที มาลงที่สถานี Ritsurinkoen-kitaguchi แล้วเดินประมาณ 3 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): http://ritsuringarden.jp/en.Top/en.top.html
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): https://www.jnto.go.jp/eng/spot/gardens/ritsurinkoen.html (JNTO)
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): http://www.my-kagawa.jp/brochure (สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ)

♦ เดินทางได้สะดวกจากภูมิภาคคิวชู

ศาลเจ้าดะไซฟุ เท็มมังกู (Dazaifu Tenmangu Shrine)

สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดฟุคุโอกะ คือศาลเจ้าดะไซฟุ เท็มมังกู (Dazaifu Tenmangu) นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตะลึงกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสีสีสันสดใสสวยงามเต็มไปทั่วบริเวณ เปี่ยมด้วยบรรยากาศน่ารื่นรมย์แห่งฤดูใบไม้ร่วง รอบๆภายในบริเวณศาลเจ้าคือจุดที่เหมาะสมที่สุดแก่การเดินเล่นชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้ เมื่อเดินจากศาลเจ้าดะไซฟุเท็มมังกูไปประมาณ 5 นาที ก็จะถึงวัดโคเมียวเซนจิ ซึ่งเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่ง และมีคาเระซันซุย (Karesansui) หรือสวนหินญี่ปุ่นที่กล่าวกันว่าเก่าแก่ที่สุดในแถบคิวชูอีกด้วย

ที่อยู่: 4-7-1 Saifu, Dazaifu-shi, Fukuoka
การเดินทาง: – จากสถานี JR Hakata เดิน 3 นาที

– จาก Hakata Bus Terminal ขึ้น Nishitetsu Bus ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มาลงที่สถานี Dazaifu จากนั้นเดิน 8 นาที

เวลาเปิดให้เข้าสักการะ: 6:30 – 18:30 น. (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล)
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): http://www.dazaifutenmangun.or.jp/en (เว็บไซต์ทางการ)
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): http://jik.nishitetsu.jp/menu?lang=en (Nishitetsu Bus)
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): http://www.dazaifu.org/ (สมาคมท่องเที่ยวดะไซฟุ)

*สามารถเลือกภาษาที่ต้องการอ่านได้โดยคลิกที่ไอคอน Google

เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): https://www.jnto.go.jp/eng/spot/shritemp/dazaifutenmangu.html (JNTO)

ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2016

จดหมายข่าวอื่นๆ