แนะนำสถานที่น่าสนใจ ในคิวชู (Kyushu)

คิตะคิวชู (Kitakyushu), ฟุคุโอกะ (Fukuoka)

คิตะคิวชู (Kitakyushu) เป็นเมืองที่อยู่ทางเหนือสุดของเกาะคิวชู เป็นจุดเชื่อมต่อ ระหว่างเกาะคิวชู (Kyushu) และเกาะฮอนชู (Honshu) ผ่านทางช่องแคบคัมมง (Kanmon Straits) ที่มีศูนย์กลางการค้าอยู่ที่ท่าเรือโมะจิ (Moji Port) ซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาแต่ครั้งโบราณในฐานะแหล่งค้าขายกับต่างประเทศ เต็มไปด้วยตึกอาคารแบบตะวันตกย้อนยุคเรียงราย อีกทั้งที่นี่ยังถูกพัฒนาขึ้นมาให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมหนัก จึงมีบริษัทผู้ผลิตบางรายอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมภายในบริเวณโรงงานได้ด้วย นอกจากนี้การล่องเรือชมวิวยามค่ำคืนจากช่องแคบถึงเขตนิคมอุตสาหกรรมก็เป็นอีกกิจกรรมยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

จุดชมวิวโมจิโกะ (Mojiko Retro Observation Room) ตั้งอยู่บนชั้นที่ 31 ของตึกคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง สามารถชมทิวทัศน์ของช่องแคบคันม่อน ได้จากความสูงที่ 103 เมตร จะมองเห็นเกาะกันริวจิมะ (Ganryujima Island) ได้
พิพิธภัณท์สุขภัณท์โตโต้ (TOTO Museum) เป็นพิพิธภัณท์เพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นหรืออาจจะของโลกเลยก็ว่าได้ที่เน้นการจัดแสดงเฉพาะสุขภัณท์ที่ใช้ภายในห้องน้ำ โดยจะเป็นผลิตภัณท์แบรนด์ TOTO
แถวท่าเรือโมจิ (Moji Port) ที่เป็นย่านเดินเล่น กินลม ชมวิว
ย่านช้อปปิ้งริมแม่น้ำ (Riverwalk Kitakyushu) เป็นย่านช้อปปิ้งหลักของเมืองคิตะคิวชู (KitaKyushu)
พิพิธภัณฑ์ช่องแคบคัมมง (Kaikyo Dramaship)
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Natural History and Human History)
สวนสนุกสเปซเวิลด์ (Space World)
อุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ (Kawachi Fuji Garden)
ปราสาทโคคูระ (Kokura Castle)

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.kcta.or.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.gururich-kitaq.com/en/
http://www.city.kitakyushu.lg.jp/english/
https://www.jnto.go.jp/eng/regional/fukuoka/kitakyushu.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://www.gururich-kitaq.com/th/

ฟุคุโอกะ (Fukuoka), ฟุคุโอกะ (Fukuoka)

ฟุคุโอกะ (Fukuoka ) ย่านใจกลางเมืองงนั้นมีแหล่งความเจริญที่คึกคักไปด้วยผู้คนอยู่มากมายหลายแห่ง ตั้งแต่บริเวณรอบๆสถานีรถไฟJR ฮะคะตะ (JR Hakata Station) ตลอดจนย่านที่มีห้างสรรพสินค้าและตึกรามร้านค้าต่างๆเรียงรายอยู่มากมาย

จุดเด่นคือซุ้มรถเข็นขายอาหารหรือที่เรียกว่า “ยะไต (Yatai)” จำนวนนับไม่ถ้วน ให้ได้เอร็ดอร่อยกับอาหารสไตล์สตีทฟู้ดหลากหลายเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือเมนูดังอย่างฮะคะตะราเม็ง (Hakata Ramen)

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

เท็นจิน (Tenjin)/ นากะสุ (Nakasu)/นางาฮะมะ (Nagahama) และย่านถนนช้อปปิ้ง ย่านการค้า
วัดโทโชจิ (Tochoji Temple) ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระไดบุทสุแห่งฟุคุโอกะที่ทำจากไม้องค์ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Shrine) ขอพรให้มีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ย่านคาแนลซิตี้ฮากาตะ (Canal City Hakata) ช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่อลังการในฮากาตะ (Hakata)
ย่านโมะโมะจิ (Momochi Area) มีทั้ง สวนสาธารณะริมทะเลโมะโมะจิ ซีไซด์พาร์ค (Momochi Seaside Park) ตั้งอยู่ตรงข้ามกับตึกฟุคุโอกะ ทาวเวอร์ (Fukuoka Tower)ไม่ไกลกันนัก ก็มีโรโบสแควร์ (Robosquare) ตั้งอยู่ที่ตึก TNC TVbidg Paveria จัดแสดงนิทรรศการหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบ และในฤดูร้อนที่ชายหาดโมะโมะจิฮะมะ (Momochihama Beach) ก็สามารถเล่นน้ำได้
ย่านโอโฮะริ (Ohori Area) มีทั้ง สวนสาธารณะโอโฮะริ (Ohori Park) ศาลเจ้าโกะโคะคุ (Gokoku Shrine) และพิพิธภัณฑ์โคโระคัง (Korokan Museum)

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://yokanavi.com/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://yokanavi.com/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) https://yokanavi.com/th/

ซากประวัติศาสตร์โยะชิโนะกะริ (Yoshinogari Ruins), ซะกะ (Saga)

ซากประวัติศาสตร์โยะชิโนะกะริ (Yoshinogari Ruins) ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์โยะชิโนะกะริ (Yoshinogari Historical Park) เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำคัญที่ยังคงมีหมู่บ้านโบราณหลงเหลือให้เห็นอยู่มาก ภายในบริเวณอุทยานที่กว้างใหญ่มีสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยไม้เลียนแบบบ้านเมืองในยุคโบราณเรียงรายอยู่มากมาย ให้เราได้เห็นรูปแบบการดำรงชีวิตของผู้คนในสมัยโบราณเหมือนของจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อปการใช้ชีวิตในสมัยโบราณอย่าง การจุดไฟ ให้รู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในยุคโบราณอีกด้วย

ภายในอุทยานแบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน เช่น

Minami-Naikaku โซนที่พักของผู้นำและญาติๆ เป็นบ้านแบบโบราณประมาณ 20 หลังและหอสังเกตการณ์

Minami-no-mura โซนพื้นที่อาศัยของชาวบ้านทั่วไป มีบ้านจำลองประมาณ 27 หลัง

Kita-Naikaku โซนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอาคารจำลอง 9 หลัง ได้แก่ อาคารหลังใหญ่สำหรับเป็นหอประชุมและทำพิธีกรรมต่างๆ

Kura-to-Ichi โซนศูนย์กลางทางการค้า มีโกดังและคลังเก็บของมากกว่า 30 หลัง

Kita-Funkyubo พิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม จัดแสดงหลุมฝังและซากไหบรรจุศพ เป็นต้น

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.yoshinogari.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.yoshinogari.jp/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

อะริตะ (Arita) และ อิมะริ (Imari), ซะกะ (Saga)

เมืองอะริตะ (Arita Town) และ เมืองอิมะริ (Imari City) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดซะกะ (Saga) เป็นถิ่นกำเนิดของเครื่องกระเบื้องเคลือบที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง เครื่องเคลือบอะริตะ (Arita Porcelain) และ เครื่องเคลือบอิมะริ (Imari Porcelain) เราสามารถเลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ที่โรงงานผลิตเครื่องเคลือบแต่ละแห่ง และยังสามารถทดลองผลิตเครื่องเคลือบเหล่านี้ด้วยตัวเองอีกด้วย กิจกรรมแนะนำในเมืองอะริตะ ก็คือการตระเวนชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ สำหรับเมืองอิมะรินั้นแนะนำให้ลองลิ้มรสเนื้อวัวแบรนด์ดังอิมะริกิว (Imari Beef) และนอกจากนี้ก็จะมีการจัดงานเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนอีกด้วย

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) Arita: http://www.arita.jp/
Imari Ookawachiyama: http://www.imari-ookawachiyama.com/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://www.jnto.go.jp/eng/regional/saga/arita_imari.html
http://saga-travelsupport.com/en/spot/detail.html?id=378
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://saga-travelsupport.com/th/spot/detail.html?id=372

ฮิระโดะ (Hirado), นางาซากิ (Nagasaki)

ฮิราโดะ (Hirado) คือชื่อของเมืองหนึ่งในจังหวัดนางาซากิ ซึ่งในอดีตประมาณ 400 ปีก่อนเคยเจริญรุ่งเรืองด้วยการค้ากับฮอลแลนด์ และมีเรือสินค้าจากฮอลแลนด์มาเทียบท่ามากมาย ปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของสมัยก่อนอยู่ ทำให้ทุกหนแห่งในเมืองนี้เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

สะพาน ฮิราโดะ โอฮะชิ (Hirado Ohashi Bridge)
สะพานไซไวบาชิ (Saiwaibashi Bridge) หรือ สะพานฮอลแลนด์ (Holland Bridge)
หอการค้าฮิราโดะ-ฮอลแลนด์ (Hirado Dutch Trading Post)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มัตสึระ (Matsura Historical Museum)
จุดชมโบสถ์และวัดจากบนบันไดหิน (Temple and Church Viewpoint)
โบสถ์ฮิระตะเท็นชุโด (Hirata Tenshudo Church)
โบสถ์อนุสรณ์นักบุญฟรานซิสซาเวียร์ (St. Francis Xavier Memorial Church)
ปราสาทฮิราโดะ (Hirado Castle)

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.hirado-net.com
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.hirado-net.com/english/index.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://www.hirado-net.com/thailand/index.html
http://www.jnto.or.th/newsletter/hirado/

นางาซากิ (Nagasaki) และ ภูเขา อินะซะ (Mouth Inasa), นางาซากิ (Nagasaki)

นางาซากิ (Nagasaki) เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้านการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมาแต่สมัยโบราณ ถนนหนทางบ้านเรือนจึงดูแปลกตาเป็นเอกลักษณ์ด้วยอิทธิพลที่ได้รับจากจีนและยุโรป และยังมีภูเขาอินะชะ (Mount Inasa) เป็นภูเขาสูง 333 เมตร อยู่ใกล้กับตัวเมืองนางาซากิ ที่จุดชมวิวสูงสุดของภูเขาจะสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทิวทัศน์ในยามค่ำคืนของที่นี่นั้นสวยงามมากจนได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปที่ยอดสูงสุดของภูเขาได้โดยกระเช้าไฟฟ้าหรือรถบัส ซึ่งบนยอดเขามีร้านอาหารมากมายไว้คอยต้อนรับอีกด้วย

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

สวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Memorial Peace Park) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
วัดโซฟุคุจิ (Sofukuji Temple) เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเท่าคนจริงของเทพมะโซะ (Maso) เทพธิดาแห่งท้องทะเล
วัดโคฟุคุจิ (Kofukuji Temple) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งสร้างโดยพ่อค้าชาวจีน
ชินจิไชน่าทาวน์ที่นางาซากิ (Nagasaki Shinchi Chinatown) ก็คือหนึ่งในสามไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
สะพานมากาเนะบาชิ (Meganebashi Brigde) เป็นสะพานหินสะพานแรกของประเทศญี่ปุ่
ห้างสรรพสินค้าเดะจิมะ (Nagasaki Dejima Wharf) ห้าง ร้านค้าที่เป็นจุดชมวิวที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่ง บริเวณนี้นอกจากจะได้ชมวิวทะเลแล้วยังสามารถมองเห็นภูเขาอินาสะยามะอยู่ลิบๆ ตรงหน้าด้วย มีเรือใหญ่น้อยที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าออกจากท่าเรือให้ได้ชมกันเพลิน ๆ อีกด้วย
สวนโกลฟเวอร์ (Glover Garden) สวนในคฤหาสน์ของพ่อค้าวาณิชในยุคก่อนที่ปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว
โบสถ์คาทอลิกโออุระ (Oura Catholic Church) โบสถ์ไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากนี้จากจุดชมวิวใน
สวนสาธารณะอินะซะยามะ (Inasayama Park) บริเวณชานเมืองจะสามารถมองลงมาเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืน

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.at-nagasaki.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://travel.at-nagasaki.jp/en/
http://visit-nagasaki.com/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

อะมะคุซะ (Amakusa), คุมะโมโตะ (Kumamoto)

อามะคุสะ คือชื่อของหมู่เกาะที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 120 เกาะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดคุมะโมโตะ (Kumamoto) ตอนใต้ของจังหวัดนางาซากิ (Nagasaki) ซึ่งมีทะเลล้อมรอบจึงอุดมไปด้วยอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ มากมาย โดยมี อามะคุสะโกะเคียว (Amakusa Gokyo) ซึ่งหมายถึงสะพานทั้ง 5 แห่งอามะคุสะ (Five Bridges of Amakusa) เป็นสะพานเชื่อมกับคิวชูแผ่นดินใหญ่   โดยมีเกาะใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางคือ เกาะคะมิชิมะ (Kamishima Island) และ เกาะชิโมะชิมะ (Shimoshima Island)

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

ล่องเรือชมปลาโล (Dolphin Watching) มาที่มีให้ชมกันได้ตลอดทั้งปี

ล่องเรือชมสะพานทั้ง 5 แห่งอามะคุสะ (Five Bridges of Amakusa)
ล่องเรือเที่ยวตามจุดบนเกาะโดย เรือเฟอร์รี่ สาย Amakusa Takarajima
เกาะไดโนเสาร์ อามะคุสะ โกะโชอุระ จีโอพาร์ค (Amakusa Goshoura Geopark) ที่มีการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
จุดชมพระอาทิตย์ตกดินยอดนิยมบริเวณถนนเลียบชายฝั่งตะวันตกในชื่อ ถนนสายพระอาทิตย์ตกดินชายฝั่งตะวันตกอะมะคุซะ (Amakusa West Coast Sunset Line)

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.t-island.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.t-island.jp/en/
http://www.seacruise.jp/english/index.html
เว็บไซต์ (ภาษาไทย) http://www.jnto.or.th/newsletter/kumamoto/

คุมะโมโตะ (Kumamoto), คุมะโมโตะ (Kumamoto)

จังหวัดคุมะโมโตะตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคคิวชูซึ่งอยู่ทางปลายฝั่งตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น ในตัวเมืองคุมะโมโตะยังเต็มไปด้วยสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ “คุมะมง (Kumamon)” หมีน้อยสีดำแก้มแดงซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ประจำท้องถิ่น

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

ย่านการค้าโจไซเอ็น (Sakura No Baba Josaien) พื้นที่ที่รวบรวมร้านขายของในสไตล์ย้อนยุค ตกแต่งให้มีบรรยากาศคล้ายเมืองเก่าในสมัยก่อน
ถนนคามิโทริ (Kamitori) จะเต็มไปด้วยร้านขายของฝาก ร้านกิ๊ฟช้อป ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านกาแฟ และร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมมากมาย

ถนนซึโมโทริ (Shimotori) มีร้านค้าคล้ายกับถนนคามิโทริ แล้วยังสามารถเดินตรงไปยังถนน Shower Dori
ถนนซันชินซิไก (Sun Shin-shigai) ร้านสินค้าอิเล็คทรอนิคส์ ร้านเกมตู้ คาราโอเกะ ปาจิงโกะ ผับ บาร์ และโรงแรม
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (Contemporary Art Museum) อยู่บนชั้น 3 ของตึก Bipuresu Kumanichi Kaikan ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่ ที่มีทั้งแสง สี เสียง น่าตื่นตาตื่นใจ และศิลปะร่วมสมัย
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมวะกุวะกุซะ (The Wakuwakuza History and Cultural Experience Museum) จัดแสดงนิทรรศการและให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาคแห่งนี้ย้อนไปเมื่อ 300 ปีก่อน
ปราสาทคุมะโมโตะ (Kumamoto Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1607 เป็น 1ใน 3 ปราสาทที่มีป้อมปราการแข็งแกร่งที่สุดสามารถปกป้องจากการรุกรานของข้าศึกได้ ปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเหมืองคุมะโมโตะ
ศาลเจ้าคุมาโมโต้อินาริ (Kumamoto Inari Shrine) เป็นศาลเจ้าของนิกายชินโต
สวนซุยเซนจิ (Suizenji Jojuen) เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่สวยงามและมีชื่อเสียงของจังหวัด
สวนสัตว์และสวนพฤษศาสตร์ (Kumamoto Zoo&Botanical Garden)
สวนพฤษศาสตร์เคนโมซุ ได (Kenmotsudai Arboretum) จัดแสดงพรรณไม้กว่า 2,100 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืชเขตร้อน สมุนไพร ไม้ดัด บอนไซ ดอกคามิเลีย ปาล์ม บ๊วยพันธุ์ต่างๆ และซากุระพันธุ์ Shidarezakura

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) https://kumamoto-guide.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) https://kumamoto-guide.jp/en/
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)

ภูเขาไฟซากุระจิมะ (Sakurajima), คะโงะชิมะ (Kagoshima)

ภูเขาไฟซากุระจิมะ (Mt. Sakurajima) กลางอ่าวคะโงะชิมะ (Kagoshima Bay) เป็นภูเขาไฟแบบกรวยสลับชั้นที่ยังไม่ดับ มีควันสีขาวพวยพุ่งออกจากยอดเขาอยู่บ่อยครั้งทุกวัน และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับและสามารถเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิด โดยการโดยสารเรือจากตัวเมืองคะโงะชิมะ (Kayoshima City) ไปได้เพียง 15 นาที วิวภูเขาซากุระจิที่เห็นจากท้องทะเลนั้นสวยงามมาก

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ได้แก่

สวนไดโนเสาร์ซากุระจิมะ (Sakurajima Dinosaur Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งมีรูปปั้นไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ถึง 7 ตัวโดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟซากุระจิมะที่สวยงาม ภายในตัวรูปปั้นไดโนเสาร์สร้างเป็นสไลเดอร์ที่มีความยาวถึง 12 เมตร สำหรับเป็นสนามเด็กเล่นให้กับบรรดาเด็กๆ อีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังเป็นจุดชมซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่งดงามอีกแห่งเช่นกัน

สปาซากุระจิมะ โยกัน นากิซะ (Sakurajima Yagan Nagisa Park) เป็นบ่อสปาเท้า (Foot Spa) ริมทะเล โดยตั้งอยู่ในลานที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย มีทางเดินไม้ ศาลาเล็กๆ และจัดเก้าอี้ไว้เพื่อนั่งชมวิว ในส่วนของบ่อทำสปามีความยาวกว่า 100 เมตร
จุดชมวิวยูโนะฮิระ (Yunohira Observatory) ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณยอดทิศเหนือของภูเขาไฟซากุระจิมิ (Sakurajima) สูงกว่าระดับน้ำทะเล 373 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงสุดและใกล้กับปากปล่องภูเขาไฟในระยะปลอดภัยมากที่สุด
จุดชมวิวอะคามิซู (Akamizu View Park) สามารถมองเห็นบรรยากาศรอบอ่าวคินโกะ (Kinko) และวิวภูเขาไฟซากุระจิมะ (Sakurajima) จากระยะไกล บริเวณนี้มีศาลาชมวิว และลานหินรูปวงกลมที่มีรูปปั้นที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึก
จุดชมวิวลาวาอาริมูระ (Arimura Lava Observatory) ตั้งอยู่บนเนินซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดจากการสะสมของลาวาที่ไหลออกมาจากการปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟซากุระจิมะ (Sakurajima) ล่าสุดเมื่อปี 1914 ตรงจุดนี้สามารถมองเห็นปากปล่องภูเขาไฟและกลุ่มควันที่ลอยอยู่เหนือยอดเขา รอบๆจะมีพืชพันธุ์ที่เติบโตอยู่แถบนี้มากมาย
พื้นที่ตกปลาซากุระจิมะ (Sakurajima Marine fishing Park) ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือ Sakurajima เราสามารถนั่งชมวิวของอ่าวคินโกะ (Kinko) และบรรยากาศการตกปลาของชาวญี่ปุ่นได้ที่นี่

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) http://www.sakurajima.gr.jp/
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.sakurajima.gr.jp/svc/english/
http://www.kagoshima-kankou.com/for/areaguides/sakurajima/index.html
https://www.kagoshima-yokanavi.jp/thai/attraction/documents/th_sightseeing06.pdf
เว็บไซต์ (ภาษาไทย)