สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และดินแดนแห่งสัตว์ต่างๆ

สัมผัสกับความน่ารักของสัตว์ได้พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว!

สวนสัตว์แห่งแรกในญี่ปุ่นคือสวนสัตว์อุเอโนะ ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1882 นับจากนั้นเป็นต้นมาก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามยุคสมัย สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้มาเที่ยวชมเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน นอกจากสวนสัตว์แล้วญี่ปุ่นยังมีสถานที่อีกหลายแห่งทั่วประเทศที่เราจะได้ชื่นชมและสัมผัสกับสัตว์ชนิดต่างๆอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ฟาร์ม หรือเกาะต่างๆ ที่มีสัตว์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และวันนี้เราก็จะมาแนะนำ “อาณาจักรสัตว์” ในญี่ปุ่นหลายแห่งที่น่าไปเยือน ซึ่งทุกที่ล้วนให้ความสุขความเพลิดเพลินกับทุกคนในครอบครัว

1. สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำยอดนิยม

ญี่ปุ่นมีสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ จากข้อมูลของสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้มีสมาชิกเป็นสวนสัตว์จำนวนมากถึง 89 แห่ง และเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอีกถึง 62 แห่ง (ข้อมูลปัจจุบันปี ค.ศ. 2016) นับเป็นจำนวนที่มากที่สุดเป็นอันดับสองในโลกรองจากอเมริกาเท่านั้น และสำหรับหลายคนที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดีเพราะมีมากมายหลายแห่งเสียเหลือเกิน วันนี้เราจะมาแนะนำสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในญี่ปุ่นให้ได้รู้จักกัน

animal-garden-01
animal-garden-02
animal-garden-03

สวนสัตว์อะซะฮิยะมะ (Asahiyama Zoo) <ฮอกไกโด>

ผ่อนคลายไปกับความน่ารักของสัตว์ทั้งหลายที่สวนสัตว์อะซะฮิยะมะ

สัตว์ทุกชนิดในสวนสัตว์อะซะฮิยะมะแห่งนี้ล้วนเป็นดาวเด่นทั้งสิ้น รวมถึงแพนด้าแดง (Red Panda) ที่แสนเชื่องและน่ารักเสียจนอยากจะพากลับบ้านไปพร้อมกันเลยทีเดียว ไฮไลท์ของที่นี่ก็คืออุโมงค์ลอดใต้น้ำให้เราได้เดินชมเพนกวินที่ว่ายน้ำอยู่ด้านบน ในฤดูหนาวเราจะได้เห็นเหล่าเพนกวินเดินอวดความน่ารักอยู่ในบริเวณสวนสัตว์ ภาพของบรรดาเพนกวินพากันเดินโยกเยกไปมาช่างน่ารักเกินคำบรรยาย ส่วนสัตว์ที่มาแรงที่สุดในสวนสัตว์อะซะฮิยะมะแห่งนี้ก็คือลูกเสือดาวหิมะแรกเกิดตัวน้อยน่ารักน่าทะนุถนอมนั่นเอง นอกจากนี้สำหรับใครที่ชอบดูเวลาสัตว์ทั้งหลายกินอาหารก็ขอแนะนำให้เช็คตารางเวลาให้อาหารสัตว์ไว้ด้วย โดยสามารถดูได้จากแผ่นพับภาษาต่างๆ ที่วางไว้ตรงช่องขายตั๋วบริเวณทางเข้า

ที่อยู่: Karanuma, Higashi Asahikawa-cho, Asahikawa-shi, Hokkaido
โทรศัพท์: 0166-36-1104
การเดินทาง: จากสถานี JR Sapporo ขึ้นรถไฟ Limited Express Asahiyama Zoo ใช้เวลาประมาณ 80 นาที มาลงที่สถานี JR Asahikawa จากนั้นขึ้นรถ Asahikawa Denkikidou Shuttle Bus (สาย Zoo หมายเลข 41, 42, 47) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที มาลงที่ป้าย Asahiyama Zoo
เวลาทำการ: ฤดูร้อน 09:30-17:15 น. (ประตูทางเข้าปิดเวลา 16:00 น.)

ฤดูหนาว 10:30-15:30 น. (ประตูทางเข้าปิดเวลา 15:00 น.)

ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป) 820 เยน เด็ก (นักเรียนมัธยมต้นลงไป) ไม่เสียค่าผ่านประตู
วันหยุด: 8-28 เมษายน, 4-10 พฤศจิกายน, 30 ธันวาคม – 1 มกราคม
เว็บไซต์: http://www.city.asahikawa.hokkaido.jp/asahiyamazoo  (มีหน้าแปลภาษาอังกฤษ)
animal-garden-04
animal-garden-05
animal-garden-06

สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo) <โตเกียว>

สวนสัตว์ที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น

สวนสัตว์อุเอโนะ คือสวนสัตว์ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น นอกจากสัตว์ที่หาดูได้เฉพาะที่ญี่ปุ่นอย่างกวางเอโซะ (Yezo Deer) และนกรูริคาเคสุ (Garrulus Lidthi) แล้ว ก็ยังมีสัตว์ประเภทที่หาดูไม่ได้แม้แต่ในสวนสัตว์ต่างประเทศอย่าง โอคาพี (Okapi) และอายอาย (Aye Aye) อีกด้วย จึงทำให้สวนสัตว์อุเอโนะเป็นที่นิยมแม้ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ดังจะเห็นได้จากประตูทางเข้าที่มีแผ่นพับแผนที่ในหลากหลายภาษา ทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน และภาษาเกาหลี พื้นที่ภายในบริเวณสวนสัตว์นั้นกว้างขวาง จนต้องแบ่งออกเป็น “สวนฝั่งตะวันออก” และ “สวนฝั่งตะวันตก” เพราะฉะนั้นขอแนะนำให้ใช้แผนที่ในการเที่ยวชม สำหรับสวนฝั่งตะวันออกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือหมีแพนด้านั่นเอง ซึ่งในวันหยุดมักจะมีนักท่องเที่ยวต่อแถวยาวกันเพื่อมาดูหมีแพนด้า สำหรับสวนฝั่งตะวันตกจะมีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกต่างๆ นกฟลามิงโก้ และสัตว์แปลกๆ หายากชนิดอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีมุมต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับสัตว์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย หากใครอยากจะเที่ยวชมสวนสัตว์ทั้งสองฝั่งอย่างสะดวกสบาย ก็ขอแนะนำให้ใช้บริการรถโมโนเรลซึ่งเป็นรถโมโนเรลขบวนแรกของญี่ปุ่น เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 ค่าโดยสารเพียง 150 เยนเท่านั้น

ที่อยู่: 9-83 Ueno-Koen, Taito-ku, Tokyo
โทรศัพท์: 03-3828-5171
การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Yamanote Line ใช้เวลาประมาณ 7 นาที มาลงที่สถานี JR Ueno ออกประตู Ueno Park Exit จากนั้นเดิน 8 นาที
เวลาทำการ: 09:30-17:00 น. (ประตูปิดรับ 1 ชั่วโมงก่อนหมดเวลาทำการ)
ค่าผ่านประตู: ทั่วไป 600 เยน, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 300 เยน, นักเรียนมัธยมต้น 200 เยน, เด็กชั้นประถมลงไปไม่เสียค่าผ่านประตู
วันหยุด: หยุดทุกวันจันทร์
เว็บไซต์: http://www.tokyo-zoo.net/zoo/uneo
animal-garden-07
animal-garden-08
animal-garden-09

สวนสัตว์ทะมะ (Tama Zoo Park) <โตเกียว>

สัมผัสกับเสน่ห์ของสัตว์แปลกๆ หายากหน้าตาน่ารักมากมาย

สวนสัตว์ทะมะเป็นสวนสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากยังเปี่ยมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เลี้ยงดูสัตว์ทุกชนิดด้วยระบบเปิด ไร้ซึ่งกรงขังและรั้วล้อม และเมื่อเร็วๆ นี้สวนสัตว์ทะมะแห่งนี้ก็เพิ่งได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ คือเจ้าแทสเมเนียนเดวิล (Tasmanian Devil) สัตว์ที่ถูกระบุให้เป็นสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งความน่ารักน่าชังของมันก็ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ยอดนิยมตัวใหม่ของสวนสัตว์แห่งนี้ไปแล้ว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวก็ยังจะได้เพลิดเพลินกับสัตว์น่ารักๆ ชนิดอื่นอีกมากมาย เช่น ลิงอุรังอุตังและหมีโคอาล่าที่ปีนป่ายไปมาอยู่บนต้นไม้อีกด้วย

ที่อยู่: 7-1-1 Hodokubo, Hino-shi, Tokyo
โทรศัพท์: 042-591-1611
การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Chuo Line ใช้เวลา 14 นาที มาลงที่สถานี JR Shinjuku แล้วเปลี่ยนมาขึ้นรถไฟ Keio Line จากสถานี Keio Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มาลงที่สถานี Takahatafudo จากนั้นขึ้นรถ Tama Monorail ใช้เวลาประมาณ 4 นาที มาลงที่ Tama Zoo Park
เวลาทำการ: 09:30-17:00 น. (ประตูปิดรับ 1 ชั่วโมงก่อนหมดเวลาทำการ)
ค่าผ่านประตู: ทั่วไป 600 เยน, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 300 เยน, นักเรียนมัธยมต้น 200 เยน, เด็กชั้นประถมลงไปไม่เสียค่าผ่านประตู
วันหยุด: หยุดทุกวันพุธ
เว็บไซต์: http://www.tokyo-zoo.net/zoo/tama
animal-garden-10
animal-garden-11
animal-garden-12

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคะไซริงไค (Kasai Rinkai Aquarium) <โตเกียว>

สนุกกับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคะไซริงไค!

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคะไซริงไค หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tokyo Sea Life Park ตั้งอยู่ในจุดที่หันหน้าออกสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ มีอาคารทรงโดมที่ดูราวกับตั้งตระหง่านอยู่กลางท้องทะเลเป็นจุดเด่น ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส เราจะเห็นภาพท้องทะเลที่ล้อมรอบตัวพิพิธภัณฑ์ต้องประกายแดดระยิบระยับสวยงามชวนตะลึง ไฮไลท์สำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้คือแทงก์ขนาดใหญ่ของปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่เราจะได้รับชมการว่ายน้ำของปลาทะเลเป็นฝูงใหญ่อันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ และร้านอาหารภายในพิพิธภัณฑ์ก็ยังเสิร์ฟอาหารแต่ละชนิดโดยตกแต่งมาอย่างน่ารักด้วยธีมของสัตว์ยอดนิยมในท้องทะเลอีกด้วย ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัวรวมถึงกลุ่มสาวๆ ด้วยเช่นกัน

ที่อยู่: 6 Cho-me, Rinkai-cho, Edokawa-ku, Tokyo
โทรศัพท์: 03-3869-5152
การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Keiyo Line ใช้เวลาประมาณ 14 นาที มาลงที่สถานี JR Kasai Rinkai Koen
เวลาทำการ: 09:30-17:00 น. (ประตูปิด 1 ชั่วโมงก่อนหมดเวลาทำการ)
ค่าผ่านประตู: ทั่วไป 700 เยน, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 350 เยน, นักเรียนมัธยมต้น 250 เยน, เด็กตั้งแต่ชั้นประถมลงไปไม่เสียค่าผ่านประตู
วันหยุด: หยุดทุกวันพุธ
เว็บไซต์: http://www.tokyo-zoo.net/zoo/kasai/
animal-garden-13
animal-garden-14

ฮักเคจิมะ ซีพาราไดซ์ (Hakkeijima Sea Paradise) <คะนะงะวะ>

สัมผัสประสบการณ์พิเศษสุดที่หาได้จากท้องทะเลจริงเท่านั้น

ฮักเคจิมะ ซีพาราไดซ์ในโยโกฮามะ ไม่ใช่เป็นแค่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นสวนสนุกอีกด้วย จึงนับเป็นสถานที่ที่เพียบพร้อมด้วยความบันเทิงและสามารถใช้เวลาอยู่ข้างในได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อเลยทีเดียว เมื่อเร็วๆ นี้ได้สร้างเสียงฮือฮาด้วยการเปิดตัว “โลมาแพนด้า” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในภูมิภาคคันโต บริเวณพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแบ่งออกเป็น 4 โซน โดยโซนหลักคือโซน “Aqua Museum” ซึ่งมีบันไดเลื่อนติดตั้งอยู่ภายในแทงก์น้ำขนาดใหญ่ ให้เราได้รู้สึกราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ใต้ท้องทะเล สำหรับโซน “FUREAI Lagoon” นั้น นักท่องเที่ยวจะรู้สึกเหมือนได้เข้าไปใต้ท้องทะเลจริงๆ เพื่อเพลิดเพลินกับปลาหลากชนิด และโซน “Dolphin Fantasy” คือโซนที่มีแทงก์โลมา ซึ่งไม่มีฝาปิด ทำให้เราสามารถมองเห็นภาพท้องทะเลธรรมชาติและชมโลมาแหวกว่ายเหมือนบินอยู่ได้ สุดท้ายคือโซน “Sea Boat” ซึ่งมีแค่ที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่นักท่องเที่ยวจะได้ลองถีบเรืออยู่ในสระเพื่อชมโลมา หากโชคดีก็อาจได้สัมผัสกับเจ้าโลมาอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ที่อยู่: Hakkeijima, Kanazawa-ku, Yokohama-shi, Kanagawa
โทรศัพท์: 045-788-8888
การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Tokaido Main Line ใช้เวลาประมาณ 27 นาที มาลงที่สถานี JR Yokohama จากนั้น ขึ้นรถไฟ JR Keihin Tohoku-Negishi Line ใช้เวลาประมาณ 18 นาที มาลงที่สถานี JR Shin-Sugita จากนั้นเปลี่ยนมาขึ้นรถไฟ Yokohama Seaside Line ใช้เวลาประมาณ 18 นาที มาลงที่สถานี Hakkeijima แล้วเดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ: 09:00-20:00 น. (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในบางวัน)
ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลาย 3,000 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 1750 เยน, เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไป) 850 เยน, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 2,450 เยน (ไม่รวมค่าเครื่องเล่น และมีตั๋วเซ็ทราคาพิเศษขาย)
วันหยุด: ไม่มี
เว็บไซต์: http://www.seaparadise.co.jp/index.html (สามารถเลือกชมเป็นภาษาไทยได้)
animal-garden-15
animal-garden-16
animal-garden-17

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) <โอซาก้า>

สนุกสนานกับการเที่ยวชมทะเลรอบโลกได้ที่นี่!

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ “ไคยูคัง” ในโอซาก้าแห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะได้รับการจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นจากการโหวตของนักเดินทางทั่วโลกโดยเว็บไซต์การท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “Trip Advisor” เท่านั้น แต่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำยอดนิยมที่เคยอยู่ในอันดับหนึ่งแห่งเอเชียอีกด้วย ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้ก็คือเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในการจัดแสดงนั่นเอง โดยจัดวางแทงก์น้ำภายใต้ธีมทะเลต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีแทงก์น้ำ “มหาสมุทรแปซิฟิก” ขนาดความลึกถึง 9 เมตร หรือเท่ากับตึก 4 ชั้น เป็นศูนย์กลาง ทำให้เราสามารถเดินชมรอบๆภายในบริเวณอาคารได้โดยให้บรรยากาศราวกับกำลังเดินทางรอบโลก ที่นี่ก็ยังจัดแสดงสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลรูปร่างหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่มีในญี่ปุ่นอีกมากมาย อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก็คือ “NEW KAIYUKAN” ซึ่งเป็นโซนจัดแสดงแบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ล้ำค่า เช่น ได้สูดกลิ่นอายทะเลและสัมผัสกับอุณหภูมิขั้วโลกเหนือ และได้ลองสัมผัสตัวปลากระเบน เป็นต้น นอกจากนี้ทางไคยูคังยังจัดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักแรมในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้อีกด้วย ซึ่งหากได้ใช้เวลาสักคืนร่วมกับสัตว์ตัวโปรด ก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

ที่อยู่: 1-1-10 Kaigandori, Minato-ku, Osaka-shi, Osaka
โทรศัพท์: 06-6576-5501
การเดินทาง: จากสถานี JR Shin-Osaka ขึ้นรถไฟ Osaka City Subway Midosuji Line ใช้เวลาประมาณ 11 นาที มาลงที่สถานี Hommachi จากนั้นขึ้นรถไฟ Osaka City Subway Chuo Line ใช้เวลาประมาณ 10 นาที มาลงที่สถานี Osakako แล้วเดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ: 10:00-20:00 น. (ประตูปิดรับเวลา 19:00 น.) *อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เป็นครั้งคราว
ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ 2,300 เยน, เด็ก 1,200 เยน, เด็กเล็ก 600 เยน, ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 2,000 เยน
วันหยุด: ไม่มี
เว็บไซต์: http://www.kaiyukan.com/language/thai (ภาษาไทย)
animal-garden-18
animal-garden-19
animal-garden-20

Adventure World <วากายะมะ>

สนุกสนานกับประสบการณ์แปลกใหม่ได้ที่ Adventure World

Adventure World ธีมปาร์คที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดวากายะมะ กลายเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมาในปี ค.ศ. 2014 เมื่อมีทารกแพนด้าแฝดถือกำเนิดขึ้นที่นี่ ชื่อว่า โอฮิง กับ โทฮิง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมแพนด้าฝาแฝดคู่นี้ได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมแปลกใหม่ให้ได้สนุกสนานกันอีกมากมาย เช่น การลองให้อาหารช้าง ยีราฟ และฮิปโปโปเตมัส (ครั้งละ 100-200 เยน) และการบรรยายเรื่องสมเสร็จมลายู การแสดงโชว์ความน่ารักแสนรู้ของสัตว์ต่างๆ เป็นต้น และที่แนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยก็คือการนั่งรถ “Kenya Train” ซึ่งเป็นขบวนรถที่วิ่งรอบสวนสัตว์ เพื่อพานักท่องเที่ยวชมสัตว์ได้อย่างเพลิดเพลินโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ที่อยู่: 2399 Katata, Shirahama-cho, Nishimuro-gun, Wakayama
โทรศัพท์: 0570-064481
การเดินทาง: จากสถานี JR Shin-Osaka ขึ้นรถไฟ Limited Express Kuroshio ใช้เวลาประมาณ 150 นาที มาลงที่สถานี JR Shirahama จากนั้นขึ้นรถ Meiko Bus (มุ่งหน้าสู่ Adventure World – Shirahama Airport) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที มาลงที่ป้าย Adventure World
เวลาทำการ: 09:30-17:00 น. (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละฤดูกาล)
ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 4,100 เยน ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 3,700 เยน นักเรียนมัธยม (12-17 ปี) 3,300 เยน เด็กเล็กและชั้นประถม (4-11 ปี) 2,500 เยน
เว็บไซต์: http://www.aws-s.com/english/index.php (ภาษาอังกฤษ)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุระอุมิ (Churaumi Aquarium) <โอกินาวะ>

สุดยอดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของญี่ปุ่น ที่ให้คุณได้รู้สึกราวกับอยู่ในท้องทะเล

หากพูดถึงโอกินาวะ คงพลาดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึง “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุระอุมิ” ที่ซึ่งมีแทงก์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เปิดโอกาสให้เราได้รู้สึกราวกับอยู่ในท้องทะเลอันสวยงามของเกาะโอกินาวะ และพระเอกที่อยู่ในแทงก์น้ำนี้คือปลาฉลามวาฬจินเบ ซึ่งเมื่อถึงเวลาให้อาหาร เราก็จะได้เห็นภาพมันกลืนเอาอาหารพร้อมน้ำทะเลปริมาณ 100 ลิตรลงท้องในคราวเดียว อีกอย่างที่โด่งดังไม่แพ้กันก็คือ “แทงก์ปลาฉลามอันตรายที่ถ้าใครตกลงไปก็จะไม่มีทางรอด” นักท่องเที่ยวคงจะหวาดเสียวกับการที่มีปลาฉลามมาว่ายน้ำอยู่เบื้องล่าง แต่รับรองว่าการได้เห็นภาพปลาฉลามในมุมที่ไม่ค่อยได้เห็นที่ไหนมาก่อนจะต้องทำให้ตื่นเต้นอย่างแน่นอน! และดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ก็คือ “พะยูน” (Manatee) นั่นเอง ซึ่ง “อาคารพะยูน” นี้อยู่ห่างจากตัวอาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำออกไปเพียงเดิน 5 นาทีเท่านั้น พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในทะเล มักกล่าวกันว่ามันคือต้นกำเนิดของตำนานนางเงือก และเวลาที่มันเคี้ยวกะหล่ำปลีอาหารโปรดกร้วมๆ เต็มปากนั้นน่ารักน่าเอ็นดูมากเลยทีเดียว

ที่อยู่: 424 Ishikawa, Motobu-cho, Kunigami-gun, Okinawa
โทรศัพท์: 0980-48-3748
การเดินทาง: จาก Naha Airport ขึ้น Yanbaru Express Bus ใช้เวลาประมาณ 150 นาที มาลงที่ Kinenkoen-mae
เวลาทำการ: ฤดูร้อน 08:30-20:00 น. (ประตูปิดรับเวลา 19:00 น.)
ฤดูอื่นๆ 08:30-18:30 น. (ประตูปิดรับเวลา 17:30 น.)
ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ 1,850 เยน, นักเรียนมัธยมปลาย 1,230 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 610 เยน, เด็กต่ำกว่า 6 ขวบไม่เสียค่าผ่านประตู
วันหยุด: หยุดวันพุธและพฤหัสแรกของเดือนธันวาคม
เว็บไซต์: https://churaumi.okinawa/en (ภาษาอังกฤษ)

2. เกาะและดินแดนแห่งสัตว์ชนิดต่างๆ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเกาะจำนวนมาก ซึ่งหลายเกาะก็เต็มไปด้วยบรรดาสัตว์น่ารักๆ เต็มไปหมดเลยทีเดียว! ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำเกาะสวรรค์เหล่านี้ให้ได้รู้จักกัน

เกาะทะชิโระจิมะ (Tashirojima Island) <มิยะงิ>

เกาะที่ให้ความสำคัญกับแมวอย่างยิ่งยวด

เกาะทะชิโระจิมะ เป็นเกาะในอ่าวอิชิโนะมะกิแห่งเมืองอิชิโนะมะกิ จังหวัดมิยะงิ และได้ชื่อว่าเป็น “เกาะแมว” เพราะมีแมวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเสียยิ่งกว่าจำนวนประชากร บริเวณใจกลางเกาะแห่งนี้มี “ศาลเจ้าแมว” อยู่ แสดงถึงการให้ความสำคัญกับแมวอย่างมาก ประชากรบนเกาะส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นชาวประมง และมักจะนำปลามาใส่ไว้ในกล่องที่วางอยู่ตามท่าเรือไว้สำหรับเป็นอาหารให้แมว ซึ่งกล่องที่ว่านี้ก็ยังเป็นรูปแมวเสียด้วย นอกจากเอกลักษณ์ดังกล่าวแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเกาะทะชิโระจิมะแห่งนี้ก็คือมีโรงแรมไว้สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งมีทั้งโรงแรมขนาดเล็กที่ขายของที่ระลึกน่ารักๆ เกี่ยวกับแมว หรือบางแห่งก็สามารถมองเห็นวิวทะเล บางแห่งก็เป็นที่พักสไตล์ลอดจ์ซึ่งออกแบบโดยศิลปินนักวาดการ์ตูนชื่อดัง เรียกว่าที่พักที่นี่มีให้เลือกหลากหลายแบบจนสับสน ไม่รู้จะเลือกพักที่ไหนดีเลย

ที่อยู่: Tashirohama, Ishinomaki-shi, Miyagi
การเดินทาง: จากสถานี JR Sendai ขึ้นรถไฟ Senseki Tohoku Line ใช้เวลาประมาณ 60 นาที มาลงที่สถานี Ishinomaki จากนั้นขึ้นรถ Miyako Bus ใช้เวลา 17 นาที มาลงที่ Ajishima Line แล้วลงเรือเฟอร์รี่ Ajishima Line จากท่าเรือไปยังเกาะ Tashirojima ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
animal-garden-24
animal-garden-25

หมู่บ้านจิ้งจอกมิยะงิสะโอ (Zao Fox Village) <มิยะงิ>

แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่คุณจะได้เห็นสุนัขจิ้งจอกมากมายขนาดนี้!

หมู่บ้านจิ้งจอกมิยะงิสะโอ คือสวนสัตว์ที่มีความพิเศษแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากเน้นสุนัขจิ้งจอกเป็นหลัก ปกติแล้วสุนัขจิ้งจอกไม่ใช่สัตว์ที่เราจะมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดได้ง่ายนัก แต่ที่หมู่บ้านจิ้งจอกมิยะงิสะโอแห่งนี้มีการจัดการอย่างดี ทำให้เราสามารถใช้เวลาไปกับเหล่าสุนัขจิ้งจอกทั้งหลายได้อย่างเพลิดเพลิน ภายในบริเวณสวนสัตว์มีพื้นที่เปิดซึ่งเต็มไปด้วยสุนัขจิ้งจอกที่เลี้ยงไว้เกือบ 100 ตัววิ่งไปมาอย่างอิสระ รวมถึงจิ้งจอกพันธุ์หายากอย่างเช่น จิ้งจอกแดง และจิ้งจอกขาว เป็นต้น นอกจากนี้ตรงบริเวณที่ขายบัตรผ่านประตูก็ยังมีอาหารสำหรับสุนัขจิ้งจอกวางขายให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารสุนัขจิ้งจอกกับมือได้โดยตรง

ที่อยู่: 11-3 Azakawarago, Fukuoka Yatsumiya, Shiroishi-shi, Miyagi
โทรศัพท์: 0224-24-8812
การเดินทาง: จากสถานี JR Sendai ขึ้นรถไฟ Tohoku Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 10 นาที มาลงที่สถานี JR Shiroishi-Zao จากนั้นขึ้นแท็กซี่ไปประมาณ 20 นาที
เวลาทำการ: 09:00-17:00 น.
ค่าผ่านประตู: นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป 1,000 เยน, เด็กชั้นประถมลงไปไม่เสียค่าผ่านประตู
วันหยุด: ไม่มี
HP: http://zao-fox-village.com/en (ภาษาอังกฤษ)
animal-garden-26
animal-garden-27

เกาะโอคุโนะชิมะ (Ohkunoshima Island) <ฮิโรชิมะ>

เกาะรีสอร์ทที่เต็มไปด้วยกระต่ายน้อยน่ารัก

เกาะโอคุโนะชิมะแห่งนี้ มีกระต่ายอาศัยอยู่มากถึงประมาณ 700 ตัว ทำให้ทั้งเกาะกลายเป็นรีสอร์ทไอแลนด์ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย กระต่ายบนเกาะนี้เชื่องและคุ้นเคยกับผู้คนเอามากๆ เวลาเห็นคนเดินมาก็จะกรูกันเข้ามาหาเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าเราจะมีความสุขแค่ไหนที่ได้สัมผัสกับกระต่ายอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ก็ตาม กระต่ายก็ยังเป็นสัตว์ที่เครียดและตื่นตกใจได้ง่าย ดังนั้นที่นี่จึงห้ามกอด ห้ามอุ้ม และห้ามวิ่งไล่จับกระต่ายเป็นอันขาด ขอแนะนำให้ทุกคนเฝ้าชื่นชมความน่ารักน่าทะนุถนอมของบรรดากระต่ายน้อยอยู่ห่างๆ น่าจะดีกว่า

ที่อยู่: Ohkunoshima, Tadanoumi-cho, Takehara-shi, Hiroshima
โทรศัพท์: 0846-26-0321 (สมาคมคิวคะมุระ / National Vacation Village Association)
การเดินทาง: จากสถานี JR Hiroshima ขึ้นรถไฟ Sanyo Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มาลงที่สถานี JR Mihara จากนั้นขึ้นรถไฟ JR Kure Line ใช้เวลาประมาณ 20 นาที มาลงที่สถานี Tadanoumi แล้วเดิน 5 นาที ไปยังท่าเรือ Tadanoumi Port เพื่อลงเรือของ Kyukamura หรือ Ohkunoshima Sanbashi ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 12 นาที
HP: http://www.qkamura.or.jp/en/ohkuno (ภาษาอังกฤษ)
animal-garden-28
animal-garden-29

เกาะอาโอชิมะ (Aoshima Island) <เอะฮิเมะ>

เกาะแมว ที่มีแมวเยอะยิ่งกว่าคนเสียอีก!?

เกาะอาโอชิมะ เป็นเกาะเล็กๆ กลางทะเลเซะโตะใน มีอีกชื่อหนึ่งว่า “เกาะแมว” เพราะที่นี่เต็มไปด้วยแมวที่มีจำนวนมากยิ่งกว่าจำนวนประชากรบนเกาะเสียอีก เรียกได้ว่าเป็น “สรวงสวรรค์แห่งแมว” เลยทีเดียว! ปกติแล้วจะห้ามให้อาหารแมวที่นี่ แต่ในบางบริเวณก็อนุญาตให้อาหารแก่แมวได้ ดังนั้นคนรักแมวจึงไม่ควรพลาดไปเยือนเกาะแมวแห่งนี้ให้ได้

ที่อยู่: Aoshima, Nagahama-cho, Ozu-shi, Ehime
การเดินทาง: จากสถานี JR Okayama ขึ้นรถไฟ Limited Express Shiokaze ใช้เวลาประมาณ 175 นาที มาลงที่สถานี JR Matsuyama จากนั้นขึ้นรถไฟ JR Yosan Line ใช้เวลาประมาณ 60 นาที มาลงที่สถานี JR Iyo-Nagahama แล้วเดินประมาณ 2 นาที ไปลงเรือเฟอร์รี่ที่จะไปเกาะ Aoshima ใช้เวลาประมาณ 35 นาที (เรือออกเป็นระยะตามเวลาที่กำหนด)
animal-garden-30
animal-garden-31

3. หลากหลายวิธีเพลิดเพลินกับการชมสัตว์แสนน่ารัก

นอกจากสถานที่ที่ได้แนะนำไปข้างต้นแล้ว ในญี่ปุ่นก็ยังมีอีกหลายแห่งเลยทีเดียวที่มีสัตว์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ที่มักพบเห็นอยู่บ่อยๆในชีวิตประจำวันนั้น เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

animal-garden-32
animal-garden-33
animal-garden-34

ฟาร์มหมีโนโบริเบ็ทสึ (Noboribetsu Bear Park) <ฮอกไกโด>

ฟาร์มหมียอดนิยมสำหรับผู้คนในท้องถิ่น โดดเด่นด้วยกระแสภาพยนตร์โฆษณาสุดฮิต!

หากเอ่ยชื่อฮอกไกโด ทุกคนก็คงจะนึกถึง “หมี” ก่อนเป็นอันดับแรก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าจะหาดูหมีได้ที่ไหนในฮอกไกโด ซึ่งหากขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปจากโนโบริเบ็ทสึ อนเซ็น อันเป็นแหล่งอนเซ็นยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ก็จะไปถึงฟาร์มหมีโนโบริเบ็ทสึ (Noboribetsu Bear Park) สวนสัตว์ที่มีแต่หมีนั่นเอง ฟาร์มหมีโนโบริเบ็ทสึแห่งนี้จะแยกออกเป็น 2 ส่วน โดยฟาร์มส่วนแรกจะเป็นฟาร์มหมีเพศผู้ และส่วนที่สอง จะเป็นฟาร์มหมีเพศเมีย ซึ่งฟาร์มส่วนแรกนั้นจะมีอาคารกระจกให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปข้างใน เพื่อเฝ้าดูหมีที่อยู่ด้านนอกผนังกระจกได้อย่างใกล้ชิด ที่นี่มีสินค้าที่ระลึกรูปหมีอยู่หลากหลายชนิด ทุกชนิดล้วนแต่เป็นสินค้ายอดนิยม แต่ที่ดูจะถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็น “แฟ้มใสรูปหมีสีน้ำตาล” เพราะเป็นรูปเจ้าหมีกำลังทำท่าพนมมืออ้อนขออาหารอยู่ แลดูคล้ายกับท่าไหว้ของคนไทยนั่นเอง

ที่อยู่: 224 Noboribetsuonsen-cho, Noboribetsu-shi, Hokkaido
โทรศัพท์: 0143-84-2225
การเดินทาง: จากสถานี JR Sapporo ขึ้นรถไฟ JR Limited Express Super Hokuto ใช้เวลาประมาณ 70 นาที มาลงที่สถานี JR Noboribetsu และจากสถานี JR Noboribetsu ขึ้น Donan Bus ใช้เวลาประมาณ 15 นาที มาลงที่ Noboribetsu Onsen Bus Terminal จากนั้นเดิน 5 นาที ไปสถานีกระเช้าไฟฟ้า Ropeway Sanroku และขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปใช้เวลาประมาณ 7 นาที
เวลาทำการ: 08:00-17:00 น. (กรกฎาคม-กันยายน), 08:30-16:30 น. (เมษายน-มิถุนายน, ตุลาคม-มกราคม), 08:30-16:00 น. (กุมภาพันธ์-มีนาคม) (ประตูปิดรับ 40 นาทีก่อนหมดเวลาทำการ)
ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ 2,592 เยน, เด็ก 1,296 เยน (รวมค่าโดยสารกระเช้าไฟฟ้า)
เว็บไซต์: http://www.bearpark.jp/general_guidance/index.htm (ภาษาไทย)
animal-garden-35
animal-garden-36

ฟาร์มอัลปาก้า (Nasu Alpaca Farm) <โทชิงิ>

วนสัตว์ที่จุดประกายให้อัลปาก้ากลายเป็นสัตว์ยอดฮิตในญี่ปุ่น

“อัลปาก้า” คือชื่อสัตว์ขนฟูฟ่องยอดฮิตน่ารักน่าเอ็นดู โดยฟาร์มอัลปาก้าแห่งแรกในญี่ปุ่นก็คือ ฟาร์มอัลปาก้า Nasu Alpaca Farm ซึ่งมีอัลปาก้าอยู่จำนวนมากถึงประมาณ 400 ตัวเลยทีเดียว และฟาร์มแห่งนี้ก็มักจะได้ออกรายการโทรทัศน์อยู่บ่อยครั้งด้วย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่มักจะนิยมเดินเล่นกับอัลปาก้า (500 เยน) นอกจากนี้ในฤดูร้อนก็จะมีการตัดขนอัลปาก้าด้วย เพราะฉะนั้นหากใครได้มาเที่ยวที่นี่ในช่วงฤดูร้อน ก็จะได้เห็นภาพอัลปาก้าขนเกรียนที่ไม่ค่อยได้เห็นที่ไหนอีกด้วย

ที่อยู่: 1083 Oshima, Nasu-machi, Nasu-gun, Tochigi
โทรศัพท์: 0287-77-1197
การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ Tohoku Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 80 นาที มาลงที่สถานี Shin-Shirakawa จากนั้นขึ้นแท็กซี่ไปประมาณ 30 นาที
เวลาทำการ: 10:00-16:00 น.
ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ 800 เยน, นักเรียนมัธยม 600 เยน, เด็ก (5 ขวบขึ้นไป) 400 เยน
วันหยุด: หยุดทุกวันพฤหัสบดี (ยกเว้นวันพฤหัสบดีที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์) และระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม – 2 มกราคม
เว็บไซต์: http://www.nasubigfarm.com/index.html (ภาษาญี่ปุ่น)
animal-garden-37
animal-garden-38
animal-garden-39

Mother Farm <ชิบะ>

เพลิดเพลินไปกับสัตว์น้อยขนปุกปุยน่ารักได้ที่นี่!

Mother Farm แห่งนี้ มีการจัด Mother Farm Tour ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสัตว์จำนวนมากมายหลายชนิด รวมถึงสามารถให้อาหารอัลปาก้าได้ นอกจากนี้ในระหว่างทัวร์ เราก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับสัตว์ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเป็ด แกะ วัว หรือแพะ และมีการจัดแสดงขบวนพาเหรดเป็ดวันละ 1-3 รอบอีกด้วย ซึ่งท่าเดินส่ายก้นดุ๊กดิ๊กไปมาของเป็ดนั้นน่ารักเกินห้ามใจจริงๆ

ที่อยู่: 940-3 Tagura, Futtsu-shi, Chiba
โทรศัพท์: 0439-37-3211
การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Sobu Line ใช้เวลาประมาณ 90 นาที มาลงที่สถานี JR Kimitsu ออกประตูทางออกทิศใต้ (South Exit) จากนั้นขึ้น Mother Farm Shuttle Bus (บริการฟรี) ไปประมาณ 40 นาที
เวลาทำการ: กุมภาพันธ์-พฤศจิกายน 09:30-16:30 น. (วันธรรมดา), 09:00-17:00 น. (วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ธันวาคม-มกราคม 10:00-16:00 น. (วันธรรมดา), 09:30-16:00 น. (วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ค่าผ่านประตู: ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) 1,500 เยน, เด็ก (4 ขวบ – ชั้นประถมหก) 800 เยน
วันหยุด: 5-9 ธันวาคม, 10-13 และ 17-19 มกราคม
เว็บไซต์: http://www.motherfarm.co.jp/en (ภาษาอังกฤษ)
animal-garden-41

ยะเนะเซ็น <โตเกียว>

เมืองเล็กๆ เงียบสงบที่เต็มไปด้วยแมว

บริเวณ “ยะนะกะ” “เนะสึ” และ “เซนดะงิ” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในโตเกียวตั้งแต่เขตบุงเคียวไปจนถึงเขตไทโตนั้น มีชื่อเรียกรวมๆ ว่า “ยะเนะเซ็น” เป็นย่านที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวซึ่งยังคงเปี่ยมด้วยบรรยากาศเก่าๆ ของย่านการค้าในอดีต และย่านนี้ก็ยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีแมวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สินค้าขึ้นชื่อของย่านการค้าแห่งนี้ก็คือขนมของว่างนานาชนิดที่ทำเป็นรูปแมว ที่แนะนำเป็นพิเศษคือขนมโดนัทแบบแท่งยาวที่ทำเป็นรูปหางแมวของร้านโดนัท “ยะนะกะชิปโปะยะ” ด้วยความน่ารักและทานง่าย ทำให้ขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และที่ขายดีมากๆ อีกอย่างก็คือขนมไทยากิรูปแมวกวักจากร้าน “มะเนะกิยะ” ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ด้วยความเอร็ดอร่อยของเปลือกหุ้มที่ทั้งนุ่มเหนียว แถมยังมีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิมได้ตามใจชอบอีกด้วย แนะนำให้ลองมาเดินเล่นที่ย่านการค้าแห่งนี้ เพื่อชมความน่ารักของแมวที่อยู่ทั่วทุกมุม พร้อมเดินชิมขนมอร่อยๆ ไปด้วย น่าจะสร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อย

เว็บไซต์: http://yanakasippoya.com/index.html (ร้านยะนะกะชิปโปะยะ)
เว็บไซต์: http://www.manekiya-gurume.com (ร้านมะเนะกิยะ)
เว็บไซต์: http://www.gotokyo.org/th/tourists/areas/areamap/yanaka.html (Tokyo Convention & Visitors Bureau) (ภาษาไทย)
animal-garden-42
animal-garden-43
animal-garden-44

สวนลิงป่าจิโกะคุดะนิ <นะงะโนะ>

ลิงแช่อนเซ็นที่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สวนลิงป่าจิโกะคุดะนิ (Jigokudani Yaen-Koen) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลก เพราะนอกจากจะได้เห็นชีวิตลิงญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดแล้ว ก็ยังจะได้เห็นภาพลิงแช่อนเซ็นอันโด่งดังอีกด้วย เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่สูงถึง 850 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ทัศนียภาพที่นี่ปกคลุมไปด้วยหิมะถึงสี่เดือนต่อปี การเดินทางก็อาจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะมีฝูงลิงพากันลงแช่อนเซ็นอย่างสบายอารมณ์ให้ดูกันใกล้ๆ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปเยือนให้ได้สักครั้งเพื่อชมภาพความน่ารักของฝูงลิงแช่อนเซ็นเหล่านี้

ที่อยู่: 6845 Hirao, Yamanouchi-machi, Shimotakai-gun, Nagano
การเดินทาง: – จากสถานี JR Nagano ขึ้นรถไฟ Nagano Electric Railway Limited Express ใช้เวลาประมาณ 38 นาที มาลงที่สถานี Yudanaka จากนั้นขึ้นรถบัส ใช้เวลาประมาณ 15 นาที มาลงที่ป้าย Kanbayashi Onsen แล้วเดินประมาณ 35 นาที
– จากสถานี JR Nagano ขึ้นรถ express bus ที่มุ่งหน้าสู่ Shiga Kogen ใช้เวลาประมาณ 41 นาที มาลงที่ป้าย Kanbayashi Onsen แล้วเดิน 35 นาที
เวลาทำการ: เปิดทำการตลอดเวลา
เว็บไซต์: http://en.jigokudani-yaenkoen.co.jp (ภาษาอังกฤษ)

โอะโนะมิจิ <ฮิโรชิมะ>

เดินเล่นไปทั่วเมืองผ่านมุมมองของเจ้าเหมียว!

เหล่าคนรักแมว อาจจะเคยได้ยินคำว่า “Cat Street View” กันมาบ้างแล้ว แนวคิด “Cat Street View” นี้เป็นบริการที่เกิดจากไอเดียสดใหม่ที่จะช่วยให้เราได้เที่ยวไปในเมืองของจังหวัดฮิโรชิมะได้อย่างเพลิดเพลินด้วยมุมมองของแมว หรือพูดง่ายๆ ก็คือ “Google Street View” ในแบบของแมวเหมียวนั่นเอง Cat Street View นี้เริ่มสตาร์ทจากโอะโนะมิจิในจังหวัดฮิโรชิมะ ขอแนะนำว่าทาสแมวไม่ควรพลาดเป็นอันขาดเพราะแค่กดดูอย่างเดียวก็น่ารักและช่วยผ่อนคลายได้มากมาย
เมื่อไปถึงเมืองโอะโนะมิจิ ซึ่งมีชื่อเสียงว่าเป็นเมืองที่มีแต่แมวเต็มไปหมด สถานที่ที่จะต้องไปเยือนให้ได้ก็คือ “เส้นทางสายแมว” (Neko no Hosomichi) ซึ่งเป็นตรอกทางเดินแคบๆ ระยะทางกว่า 200 เมตร ที่เรียงรายไปด้วยรูปวาดแมวบนหินจำนวน 108 ตัว เชื่อกันว่าหากได้เอามือลูบหินแมวเหล่านี้ก็จะมีแต่ความสุข อีกสถานที่หนึ่งที่นิยมไปกันมากในโอะโนะมิจิก็คือ “พิพิธภัณฑ์แมวกวัก” (Maneki-neko Meseum) ซึ่งตัวอาคารนั้นสร้างขึ้นใหม่จากบ้านโบราณอายุกว่า 100 ปี โดยชั้นหนึ่งจัดเป็นศาลเจ้าแมวกวัก ส่วนชั้นสองเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงคอลเล็คชั่นแมวกวักกว่า 3,000 ตัว

เว็บไซต์: https://hiroshima-welcome.jp/kanpai/catstreetview
(Cat Street View / ภาษาญี่ปุ่น)
เว็บไซต์: http://ihatov.in/
(IHATOV Onomichi – พิพิธภัณฑ์แมวกวัก / ภาษาญี่ปุ่น)