เที่ยวเล่นปั่นจักรยาน

มาเพลิดเพลินกับทริปปั่นจักรยานเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ!

หลายคนอาจไม่รู้ว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เหมาะสมกับแก่การปั่นจักรยานเที่ยวเป็นอย่างมาก
ญี่ปุ่นยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติอันสวยงาม และในขณะเดียวกันก็ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการปั่นจักรยานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้เราสามารถปั่นจักรยานไปบนถนนได้อย่างราบรื่นและยังสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงาม ไม่เพียงแต่ที่นี่จะมีธุรกิจให้เช่ารถจักรยานแบบครบครันเท่านั้น นักท่องเที่ยวเองยังสามารถนำเอาจักรยานคันโปรดของตนมาขี่ได้อีกด้วย โดยมีข้อแม้ว่าต้องปฏิบัติตามคำเตือนต่างๆ อย่างเข้มงวด การปั่นจักรยานเที่ยวในญี่ปุ่นจึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่อยากจะขอแนะนำให้กับทุกคนได้รู้จักกัน

1. ขั้นตอนการนำจักรยานเข้าประเทศญี่ปุ่น

การนำจักรยานเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น

สำหรับหัวข้อนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบของแต่ละสายการบิน ว่าด้วยการนำจักรยานส่วนตัวเข้าประเทศญี่ปุ่น หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อทางสายการบินแต่ละแห่งได้โดยตรง

[สายการบิน ANA]

  • เพจแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬา เครื่องดนตรี สิ่งของมีค่าและสิ่งของที่แตกหักง่าย
    https://www.ana.co.jp/wws/japan/e/asw_common/prepare/baggage/?menu=instrument[สัมภาระเช็คอิน]
    ขนาด : กว้าง + ยาว + สูงรวมกันไม่เกิน 158 เซนติเมตร / 1 ชิ้น
    น้ำหนัก : ไม่เกิน 23 กิโลกรัม / 1 ชิ้น
    จำนวน : 2 ชิ้นต่อคนโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
    ในกรณีของจักรยาน
    ขนาดความกว้าง + ยาว + สูงรวมกันจะต้องไม่เกิน 292 เซนติเมตร / 1 คัน (ไม่เสียค่าธรรมเนียม)
    หากเกินกว่านั้นจะไม่สามารถโหลดได้
  • เพจแนะนำเกี่ยวกับค่าปรับสัมภาระเกินขนาด
    https://www.ana.co.jp/wws/japan/e/asw_common/prepare/baggage/?menu=over
    กรณีน้ำหนักเกิน 23-32 กิโลกรัม 60 USD (ไม่รวมภาษี)
    32-45 กิโลกรัม 200 USD (ไม่รวมภาษี)
    กรุณาติดต่อไปยังหมายเลขด้านล่างเพื่อทำการลงทะเบียนและขออนุญาตจากสนามบินที่เกี่ยวข้อง เมื่อทำการจองบัตรโดยสาร หรืออย่างช้าภายใน 2 วันก่อนออกเดินทาง โดยระบุข้อมูลดังต่อไปนี้
    – รายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของสัมภาระทั้ง 3 ด้าน (ความกว้าง ความยาว และความสูง)
    – น้ำหนัก
  • ข้อควรระวังอื่นๆ
    เพื่อป้องกันอันตรายอันอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพความกดอากาศ กรุณาปล่อยลมยางออกก่อนจัดเก็บให้เรียบร้อย
  • หมายเลขติดต่อภายในประเทศไทย
    สายการบิน ANA สำนักงานกรุงเทพฯ +66-2238-5121

[สายการบิน JAL]

  • เพจแนะนำระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับสัมภาระเช็คอินและค่าธรรมเนียมสัมภาระเกินขนาด
    http://www.jal.co.jp/en/inter/baggage/inflight[สัมภาระเช็คอิน]
    ขนาด : กว้าง + ยาว + สูงรวมกันไม่เกิน 203 เซนติเมตร / 1 ชิ้น
    น้ำหนัก : ไม่เกิน 23 กิโลกรัม / 1 ชิ้น
    จำนวน : 2 ชิ้นต่อคนโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
    ไม่รับโหลดสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 45 กิโลกรัม
    ค่าปรับสัมภาระเกินขนาด 100 USD
    ค่าปรับสัมภาระเกินจำนวน 100 USD
    ค่าปรับสัมภาระน้ำหนักเกิน
    23-32 กิโลกรัม 60 USD
    32-45 กิโลกรัม 300 USD
  • ข้อควรระวังอื่นๆ
    เนื่องจากจักรยานที่ใช้สำหรับแข่งเป็นจักรยานที่มีรายละเอียดมาก โดยหลักการแล้วทางสายการบินจึงขอสงวนสิทธิ์ไม่ชดใช้ค่าเสียหาย
  • หมายเลขติดต่อภายในประเทศไทย
    [ภาษาไทย] +66-2131-3300 (08:00 – 17:00 น. เว้นวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ)
    [ภาษาอังกฤษ] 00-1800-852-5533 (07:00 – 17:00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด)

[สายการบินไทย]

  • เพจแนะนำระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับสัมภาระเช็คอิน
    http://www.thaiairways.com/en_TH/plan_my_trip/travel_information/Baggage.page?[สัมภาระเช็คอิน]
    น้ำหนัก : น้ำหนักรวมของสัมภาระเช็คอินทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 30 กิโลกรัม
    จำนวน : ไม่จำกัด (แต่น้ำหนักสัมภาระจะต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัม / 1 ชิ้น)
    ค่าปรับสัมภาระน้ำหนักเกิน : 25 USD / 1 กิโลกรัม
    ในกรณีที่ต้องการโหลดรถจักรยาน ถึงแม้ว่าน้ำหนักเมื่อรวมสัมภาระทุกชิ้นแล้วจะยังอยู่ในขอบเขตที่กำหนดก็ตาม หลังจากจัดเก็บที่เหมาะสมต่อการขนส่งทางอากาศเรียบร้อยแล้ว กรุณาติดต่อเพื่อเช็ครายละเอียดและทำเรื่องขออนุญาต โดยแจ้งขนาดและน้ำหนักของจักรยาน ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
  •  ข้อควรระวังอื่นๆ
    – ในบางกรณีผู้โดยสารอาจจำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตกับสนามบินที่เกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากอาจติดปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างและขนาดของสัมภาระ นอกจากนี้ในบางกรณีหากด้านใดด้านหนึ่งของสัมภาระมีความยาวเกิน 200 เซนติเมตร ก็อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการโหลด
    – ในกรณีที่ต้องการโหลดจักรยาน กรุณาถอดล้อและแฮนด์รถออก และทำการจัดเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อย
  •  หมายเลขติดต่อภายในประเทศ
    แผนกสำรองที่นั่งการบินไทย +66-2356-1111 (24 ชั่วโมง)

[สายการบิน Air Asia X]

  • เพจแนะนำระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับสัมภาระเช็คอิน
    http://www.airasia.com/th/th/baggage-info/checked-baggage.page
  • เพจแนะนำเกี่ยวกับน้ำหนักอุปกรณ์กีฬาที่สามารถทำการจองออนไลน์ได้
    http://www.airasia.com/th/th/baggage-info/sports-equipment.page[สัมภาระเช็คอิน]
    สำหรับการโหลดรถจักรยานจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับอุปกรณ์กีฬา ซึ่งหากทำการจองออนไลน์ล่วงหน้าก็จะได้รับส่วนลด แต่ถ้านำไปโหลดที่เคาน์เตอร์เช็คอินที่สนามบินเลยโดยไม่ได้ทำการจองล่วงหน้า ก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเต็มจำนวน
    ขนาด : 81 ซม. (สูง) x 119 ซม. (กว้าง) x 119 ซม. (ลึก)
    น้ำหนัก : ไม่เกิน 32 กิโลกรัม
    น้ำหนักสัมภาระที่สามารถทำการจองออนไลน์ล่วงหน้าได้ : 20, 25, 30 และ 40 กิโลกรัม (เส้นทางระหว่างประเทศ)
    น้ำหนักอุปกรณ์กีฬาที่สามารถทำการจองออนไลน์ล่วงหน้าได้ : 20, 25, 30 และ 40 กิโลกรัม (เส้นทางระหว่างประเทศ)
    น้ำหนักสัมภาระสามารถนำมาคำนวณร่วมกันในระหว่างผู้โดยสารที่ทำการจองบัตรโดยสารด้วยหมายเลขอ้างอิงการจองหมายเลขเดียวกันได้ โดยที่น้ำหนักของสัมภาระจะต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัมต่อชิ้น และต้องถูกต้องตามระเบียบเรื่องความปลอดภัยและชีวอนามัย ผู้โดยสารสามารถโหลดกระเป๋าได้โดยไม่จำกัดจำนวน โดยมีข้อแม้ว่าน้ำหนักรวมจะต้องไม่เกินน้ำหนักที่ได้รับอนุญาตเมื่อทำการจองล่วงหน้าหรือเมื่อติดต่อที่เคาน์เตอร์เช็คอิน
    สัมภาระน้ำหนักเกิน : ในกรณีที่สัมภาระที่เช็คอินมีน้ำหนักเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตเมื่อทำการจองล่วงหน้า จะต้องเสียค่าปรับเป็นรายกิโลกรัมตามเกณฑ์ของแอร์เอเชีย หรือในกรณีที่บินเส้นทางระหว่างประเทศ ผู้โดยสารสามารถซื้อน้ำหนักสัมภาระเช็คอินเพิ่มได้ 20 กิโลกรัม
  • การจัดเก็บจักรยานลงกล่อง
    ทางสายการบินจะรับโหลดเฉพาะจักรยานที่ได้รับการจัดเก็บในสภาพที่เหมาะสมเท่านั้น เช่นในถุงสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ กล่องหรือถุงกันกระแทก หรือทำการพันด้วยแร็พพลาสติก เป็นต้น และจะรับโหลดถุงใส่จักรยานขนาดมาตรฐานเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น (ถุงใส่จักรยานส่วนใหญ่จะเป็นขนาดมาตรฐานอยู่แล้ว) สายการบินจะไม่รับโหลดจักรยานที่ไม่ได้จัดเก็บมาในถุงสำหรับจักรยาน กล่องหรือถุงกันกระแทก หรือไม่ได้พันมาด้วยแร็พพลาสติก และจะรับโหลดจักรยานได้เพียง 1 คันเท่านั้นต่อผู้โดยสารหนึ่งท่านวิธีการจัดเก็บจักรยาน

    แฮนด์ (Hand) พับแฮนด์ให้แนบไปทางเดียวกับตัวรถ
    แป้นบันได (Pedal) ถอดแป้นบันไดออกและนำติดตัวขึ้นเครื่อง หรือใส่ในกระเป๋าสำหรับโหลดไปต่างหาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อจักรยานคันอื่นๆ หรือกระเป๋าและสัมภาระที่โหลดชิ้นอื่นๆ
    เกียร์ (Gear) คลุมด้วยวัสดุที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
    ยาง (Tire) ปล่อยลมยางออก
    บังโคลน (Mud Guard) ถอดบังโคลนออก หรือคลุมด้วยวัสดุที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
    ชิ้นส่วนที่สูญหายได้ง่าย สำหรับชิ้นส่วนอื่นๆ ที่อาจสูญหายได้ง่าย เช่น ปัมป์ ไฟ ขวดน้ำสำหรับจักรยาน ควรจัดเก็บให้แน่นหนากับตัวรถจักรยาน หรือถอดออกแล้วรวบรวมใส่ในกระเป๋าใบอื่น
  • หมายเลขติดต่อภายในประเทศ
    [ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ] +66-2515-9999 (08:00 – 21:00 น.)

การปั่นจักรยานในญี่ปุ่น

ในหัวข้อนี้ เราจะมาแนะนำข้อควรระวังเกี่ยวกับการปั่นจักรยานในประเทศญี่ปุ่นกัน เพื่อให้นักปั่นทุกคนได้รู้เกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆ และสนุกสนานกับการขับขี่จักรยานได้อย่างปลอดภัย

  • สถานที่ที่สามารถปั่นจักรยานได้
    ในประเทศญี่ปุ่น รถจักรยานสามารถวิ่งบน “เลนซ้ายของถนน” ได้ ซึ่งหากเราปฏิบัติตามกฎข้อนี้ก็จะสามารถขับขี่จักรยานบนถนนส่วนใหญ่ได้ อย่างไรก็ตามรถจักรยานไม่สามารถวิ่งบน “ถนนสำหรับรถยนต์” ดังนั้นจึงควรเช็คข้อมูลไว้ล่วงหน้าว่าถนนที่ต้องการจะใช้ปั่นจักรยานเป็นถนนที่มีรถวิ่งหรือไม่
  • ข้อควรระวังในการนำจักรยานขึ้นรถไฟ
    ในกรณีที่จะนำจักรยานขึ้นรถไฟ จะต้องทำการ “แยกชิ้นส่วน” หรือ “พับเก็บใส่เคสจักรยานโดยเฉพาะ” เสียก่อน ในประเทศญี่ปุ่นนั้นถือว่ารถไฟก็เป็นรูปแบบการเดินทางอย่างหนึ่งร่วมกับจักรยาน ส่วนใหญ่แล้วจึงสามารถนำจักรยานขึ้นรถไฟได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในกรณีที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าอาจเป็นการสร้างความเดือดร้อนต่อผู้โดยสารรายอื่น หรือในกรณีที่รถไฟมีผู้โดยสารหนาแน่น ก็อาจถูกปฏิเสธให้นำจักรยานขึ้นรถไฟได้ การใช้จักรยานและรถไฟที่ถูกต้องตามกฎระเบียบจะช่วยให้ทุกคนเพลิดเพลินและสนุกสนานกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

2. เส้นทางปั่นจักรยานในญี่ปุ่น

ในหัวข้อนี้เราจะมาแนะนำเส้นทางปั่นจักรยานยอดนิยมในญี่ปุ่นให้ได้รู้จักกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถปั่นจักรยานเที่ยวพร้อมกับชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สวยงามในทุกๆ ฤดูกาล หรือจะเป็นทิวทัศน์ของย่านเมืองเก่าทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

bicycling-01
bicycling-02

(1) เส้นทางจักรยานสวนสาธารณะทะเลสาบชิโคะทสึ (ฮอกไกโด)

เส้นทางจักรยานโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ วิ่งเลียบแม่น้ำที่ไหลผ่านป่าดึกดำบรรพ์ท่ามกลางบรรยากาศลึกลับ เป็นเส้นทางที่นักปั่นจะได้ดื่มด่ำกับความงามของทะเลสาบชิโคะทสึที่ส่องประกายสีฟ้า ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใสสะอาดที่สุดในญี่ปุ่น และสิ่งที่ห้ามพลาดคือการได้ลงแช่อนเซ็นคลายความเหนื่อยล้า แล้วต่อด้วยรับประทานอาหารที่ปรุงจากปลาฮิเมะมะสุ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อในท้องถิ่นแห่งนี้

ระยะทาง: ประมาณ 27 กิโลเมตร (ภายในเมืองชิโตเสะ จังหวัดฮอกไกโด)
จุดสตาร์ท
(สถานี Chitose):
7 Chiyoda-cho, Chitose-shi, Hokkaido
การเดินทางไปยังจุดสตาร์ท
(สถานี Chitose):
จาก New Chitose Airport ขึ้นรถไฟ JR Chitose Line ใช้เวลาประมาณ 10 นาที มาลงที่สถานี JR Chitose
เว็บไซต์จังหวัดฮอกไกโด
(ภาษาญี่ปุ่น):
http://www.pref.hokkaido.lg.jp/kn/ddr/cycling/sikotuko-cyling.htm
bicycling-03
bicycling-04

(2) เส้นทางจักรยานซึคุบะ (อิบะระกิ)

เส้นทางจักรยานสายนี้สร้างขึ้นบนทางเดินรถไฟเก่าซึ่งปัจจุบันเลิกใช้งานไปแล้ว ตามรายทางเรียงรายไปด้วยอาคารบ้านเรือนในสมัยก่อน ทั้งโรงเก็บของและกำแพงสีขาวแบบโบราณ ถ้าหากได้ปั่นจักรยานเที่ยวบนเส้นทางสายนี้ คงได้ผ่อนคลายไปกับความงดงามแห่งอดีตท่ามกลางภูเขาสลับซ้อนและทุ่งนาเงียบสงบร่มรื่นอย่างแน่นอน

ระยะทาง: ประมาณ 40 กิโลเมตร (เมืองซากุระงะวะ – เมืองซึจิอุระ จังหวัดอิบะระกิ)
จุดสตาร์ท
(สถานี Iwase):
1365 Inuta, Sakuragawa-shi, Ibaraki
การเดินทางไปยังจุดสตาร์ท
(สถานี Iwase):
จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ Tohoku Shinkansen ใช้เวลาประมาณ 40 นาที มาลงที่สถานี JR Oyama จากนั้นขึ้นรถไฟ JR Mito Line ใช้เวลาประมาณ 40 นาที มาลงที่สถานี JR Iwase
เว็บไซต์จังหวัดอิบะระกิ
(ภาษาญี่ปุ่น):
https://www.pref.ibaraki.jp/doboku/urado/rinnrinroad.html
bicycling-05

(3) เส้นทางจักรยานอะระคะวะ (ไซตะมะ)

เป็นเส้นทางที่เดินทางสะดวกสบายและอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงามด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นถนนที่เรียงรายด้วยต้นเซลโคว่า (Zelkova) หรือต้นเคะยะกิเต็มสองข้างทางที่มีความยาวที่สุดในญี่ปุ่น หรือจะเป็นแม่น้ำอะระคะวะซึ่งมีขนาดกว้างที่สุดในญี่ปุ่น (2,537 เมตร) หากใครกำลังวางแผนเที่ยวโตเกียวหรือไซตะมะ ก็อยากแนะนำให้ลองเพิ่มโปรแกรมปั่นจักรยานเที่ยวตามเส้นทางนี้กัน

ระยะทาง: ประมาณ 45 กิโลเมตร (เมืองไซตะมะ – เมืองนะเมะงะวะ จังหวัดไซตะมะ)
จุดสตาร์ท
(Kita-Urawa Park):
9 Tokiwa, Urawa-ku, Saitama-shi, Saitama
การเดินทางไปยังจุดสตาร์ท
(Kita-Urawa Park):
จากสถานี JR Tokyo ขึ้นรถไฟ JR Keihin Tohoku Line ใช้เวลาประมาณ 40 นาที มาลงที่สถานี JR Kita-Urawa
เว็บไซต์จังหวัดไซตะมะ
(ภาษาญี่ปุ่น):
https://www.pref.saitama.lg.jp/a1006/gurutto/saikuru.html (สามารถดาวน์โหลดแผนที่ภาษาญี่ปุ่นได้จากเว็บไซต์นี้)
bicycling-06
bicycling-07

(4) บิวะโกะ โยะชิบุเอะโร้ด (ชิงะ)

ในจังหวัดชิงะ มีเขตพื้นที่ชุ่มน้ำที่เต็มไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติหลากชนิด เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งทิวทัศน์บรรยากาศเก่าๆ เพราะมีบ้านเรือนสมัยโบราณอยู่มากมาย ซึ่งเราจะได้มีความสุขกับการปั่นจักรยานไปช้าๆ ท่ามกลางสายลมที่โบกโบยสู่ทะเลสาบและริมฝั่งแม่น้ำ

ระยะทาง: ประมาณ 26 กิโลเมตร (เมืองโอมิฮะจิมัง – เมืองฮิงะชิโอะมิ จังหวัดชิงะ)
จุดสตาร์ท
(สถานี Omihachiman):
Takakai-cho, Omihachiman-shi, Shiga
การเดินทางไปยังจุดสตาร์ท
(สถานี Omihachiman):
จากสถานี JR Kyoto ขึ้นรถไฟ JR Biwako Line ใช้เวลาประมาณ 35 นาที มาลงที่สถานี JR Omihachiman
เว็บไซต์ โครงการปั่นจักรยาน Omi Hachiman
(ภาษาญี่ปุ่น):
http://siga.jp/cycle/root/yoshibue.php
bicycling-08
bicycling-09

(5) เส้นทางจักรยานยะฮะตะคิสุ (เกียวโต)

สำหรับผู้ที่สนใจอยากปั่นจักรยานท่องเที่ยวในเมืองหลวงเก่าชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างเกียวโต เส้นทางจักรยานเส้นนี้คือเส้นทางที่เราอยากขอแนะนำ เพราะเป็นเส้นทางที่เริ่มจากภูเขาอะระชิยะมะ (Arashiyama) ซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และนักปั่นก็ยังสามารถแวะลงเดินเล่นตามวัดวาอารามและตรอกทางเดินแคบๆ ตามรายทางได้อีกด้วย การปั่นจักรยานทำให้เราสามารถเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ได้หลายแห่งกว่าเมื่อเทียบกับการเดินเที่ยว จึงอยากเชิญชวนให้แหล่านักปั่นทั้งหลายได้มารื่นรมย์กับบรรยากาศเก่าแก่ดีงามแบบญี่ปุ่นโบราณกันให้เต็มที่

ระยะทาง: ประมาณ 45 กิโลเมตร (เมืองเกียวโต – เมืองคิซึงะวะ จังหวัดเกียวโต)
จุดสตาร์ท
(สะพาน Togetsu):
Arashiyama Kawara-cho, Nishikyo-ku, Kyoto-shi
การเดินทางไปยังจุดสตาร์ท
(สะพาน Togetsu):
จากสถานี JR Kyoto ขึ้นรถไฟ JR San’in Main Line ใช้เวลาประมาณ 20 นาที มาลงที่สถานี JR Saga-Arashiyama
เว็บไซต์จังหวัดเกียวโต
(ภาษาญี่ปุ่น):
http://www.pref.kyoto.jp/doroke/bic-kidu.html
bicycling-10
bicycling-11
bicycling-12

(6) เส้นทางเซะโตะอุจิ ชิมะนะมิไคโด (เอะฮิเมะ – ฮิโรชิมะ)

เส้นทางเซะโตะอุจิ ชิมะนะมิไคโด (Setouchi Shimanami Kaido) คือเส้นทางสายสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการปั่นจักรยานของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เป็นเส้นทางจักรยานเต็มรูปแบบ ที่จะได้ปั่นจักรยานโลดแล่นอยู่เหนือผืนน้ำพร้อมรับสายลมสดชื่นจากท้องทะเล ตามทางจะต้องข้ามสะพานทั้งหมด 6 แห่ง และผ่านไปตามเกาะจำนวนมากที่เรียงรายอยู่ในทะเล หากเป็นนักปั่นมือใหม่ก็อาจต้องใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว และเนื่องจากระหว่างทางเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง หากได้แวะพักแรมสัก 1-2 คืนระหว่างทางก็คงจะน่าสนใจไม่น้อย

ระยะทาง: ประมาณ 70 กิโลเมตร (เมืองอิมาบาริ จังหวัดเอะฮิเมะ – เมืองโอะโนะมิจิ จังหวัดฮิโรชิมะ)
จุดสตาร์ท
(สถานี Imabari):
2-8-1 Sunaba-cho, Imabari-shi, Ehime
การเดินทางไปยังจุดสตาร์ท
(สถานี Imabari):
จาก Matsuyama Airport ขึ้น Airport Limousine ใช้เวลาประมาณ 25 นาที มาลงที่สถานี JR Matsuyama City จากนั้นขึ้นรถไฟ JR Yosan Line ใช้เวลาประมาณ 35 นาที มาลงที่สถานี JR Imabara
เว็บไซต์ Setouchi Shimanami Kaido
(ภาษาอังกฤษ):
http://www.go-shimanami.jp/global/english
bicycling-13
bicycling-14

(7) เมเปิ้ลยาบะ ไซคลิ่งโร้ด (โออิตะ)

เป็นเส้นทางปั่นจักรยานข้ามเขาซึ่งในสมัยก่อนเคยเป็นเส้นทางเดินรถไฟ ระหว่างทางมีทั้งหน้าผารูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ และอุโมงค์ที่ขุดหินออกทีละก้อนด้วยมือ รับรองว่านักปั่นทั้งหลายจะต้องตื่นตะลึงกับความงดงามของทิวทัศน์ธรรมชาติอันทรงพลังอย่างแน่นอน

ระยะทาง: ประมาณ 36 กิโลเมตร (ภายในเมืองนะคะทสึ จังหวัดโออิตะ)
จุดสตาร์ท
(สถานี Nakatsu):
219-2 Shimada, Nakatsu-shi, Oita
การเดินทางไปยังจุดสตาร์ท
(สถานี Nakatsu):
จาก Oita Airport ขึ้น Airport Limousine Bus ใช้เวลาประมาณ 110 นาที มาลงที่สถานี JR Nakatsu
เว็บไซต์เมืองนะคะทสึ
(ภาษาญี่ปุ่น):
http://www.city-nakatsu.jp/kankodocs/2014060400012

3. ทิวทัศน์อันงดงามที่สามารถปั่นจักรยานเที่ยวได้อย่างรื่นรมย์

ญี่ปุ่นเต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีสถานที่สวยงามมากมายให้เราได้ชื่นชม และปั่นจักรยานไปได้โดยสะดวก สำหรับหัวข้อนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปั่นจักรยานท่องเที่ยว

bicycling-15
bicycling-16

(1) บิเอ (ฮอกไกโด)

“บิเอ” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของฮอกไกโดแห่งนี้ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในฐานะของเมืองที่เต็มไปด้วยเนินเขาสวยงามจำนวนมาก นอกจากนี้ที่นี่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมเกี่ยวกับการปั่นจักรยานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันจักรยานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี หรือจะเป็นการจัดทัวร์ปั่นจักรยานพร้อมไกด์นำเที่ยว (ภาษาอังกฤษ) นักปั่นทั้งหลายจะได้เพลิดเพลินไปกับการปั่นจักรยานโลดแล่นไปตามพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล พร้อมรื่นรมย์ไปกับเนินเขาและทุ่งดอกไม้สวยงามของที่นี่อย่างแน่นอน

ที่อยู่ : Biei-cho, Kamikawa-gun, Hokkaido
การเดินทาง : จาก Asahikawa Airport ขึ้น Airport Bus ใช้เวลาประมาณ 20 นาที มาลงที่ Biei
เว็บไซต์สมาคมการท่องเที่ยวบิเอ
(ภาษาอังกฤษ) :
http://www.biei-hokkaido.jp/en
bicycling-17

(2) ทะเลสาบยะมะนะกะ – ทะเลสาบคะวะงุจิ (ยะมะนะชิ)

ทะเลสาบยะมะนะกะ และทะเลสาบคะวะงุจิ เป็นทะเลสาบที่อยู่เชิงเขาภูเขาฟูจิ หากได้ลองปั่นจักรยานไปรอบๆ บริเวณริมทะเลสาบอันสวยงามแห่งนี้ ก็คงจะได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิที่งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละมุม นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเรือยอร์ช วินด์เซิร์ฟ หรือตกปลา เรียกว่าสนุกสนานกันได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่เลยทีเดียว

ทะเลสาบยะมะนะกะ

ที่อยู่ : Yamanakako-mura, Minamitsuru-gun, Yamanashi
การเดินทาง : จากสถานี JR Tokyo ขึ้น Fuji Kyuko Bus ใช้เวลาประมาณ 150 นาที มาลงที่ Fujisan Yamanakako
เว็บไซต์ทะเลสาบยะมะนะกะ
(ภาษาญี่ปุ่น) :
http://www.yamanakako.gr.jp

ทะเลสาบคะวะงุจิ

ที่อยู่ : Fujikawaguchiko-machi, Minamitsuru-gun, Yamanashi
การเดินทาง : จากสถานี JR Tokyo ขึ้น Fuji Kyuko Bus ใช้เวลาประมาณ 120 นาที มาลงที่ Kawaguchiko
เว็บไซต์ทะเลสาบคะวะงุจิ
(ภาษาญี่ปุ่น) :
http://www.kawaguchiko.or.jp/index.html
bicycling-18
bicycling-19

(3) ยะทซึงะตะเกะ (ยะมะนะชิ – นะงะโนะ)

ถ้าหากใครอยากสัมผัสกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่างจุใจ เราก็ขอแนะนำให้มาที่ “ยะทซึงะตะเกะ” ซึ่งแวดล้อมด้วยเทือกเขาเรียงรายและป่าดึกดำบรรพ์บริสุทธิ์เปี่ยมพืชพรรณธรรมชาติล้ำค่า นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจและมีเสน่ห์อีกมาย เช่น สวนสาธารณะที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับลูกม้า ที่ราบสูงที่งดงามในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และอาหารป่าท้องถิ่น เป็นต้น เปิดโอกาสให้นักปั่นทั้งหลายได้สดชื่นทั้งกายและใจท่ามกลางอากาศสะอาดบริสุทธิ์

ที่อยู่ : Yatsugatake, Kiyosato, Takane-cho, Hokuto-shi, Yamanashi
การเดินทาง : จากสถานี JR Shinjuku ขึ้นรถไฟ Limited Express Azusa ใช้เวลาประมาณ 120 นาที มาลงที่สถานี JR Kobuchizawa จากนั้นขึ้นรถไฟ JR Koumi Lineใช้เวลาประมาณ 24 นาที มาลงที่สถานี JR Kiyosato
เว็บไซต์การท่องเที่ยวยะทซึงะตะเกะ
(ภาษาญี่ปุ่น) :
http://yatsugatake-ga.com
bicycling-20

(4) อะมะโนะฮะชิดาเตะ (เกียวโต)

“อะมะโนะฮะชิดาเตะ” สถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้วยต้นสนที่วางเรียงแน่นขนัดกว่า 8000 ต้นบนหาดทรายสีขาวสะอาด ทุกๆ ปีจะมีผู้คนมาเยือนเป็นจำนวนมาก เพื่อชื่นชมความงามของทัศนียภาพที่ธรรมชาติบรรจงใช้เวลาสร้างสรรค์นานหลายพันปี นอกจากนี้ยังมีร้านน้ำชาที่มีบริการให้เช่าจักรยานอีกด้วย จึงเป็นอีกแห่งที่ควรค่าแก่การแนะนำให้กับนักท่องเที่ยวที่คิดจะมาเยือนเกียวโต

ที่อยู่ : Miyazu-shi, Kyoto
การเดินทาง : จากสถานี JR Kyoto ขึ้น Highway Bus ใช้เวลาประมาณ 120 นาที
เว็บไซต์การท่องเที่ยวอะมะโนะฮะชิดาเตะ
(ภาษาอังกฤษ) :
http://www.amanohashidate.jp/lang/en
bicycling-21

(5) ทซึโนะชิมะโอฮะชิ (ยะมะงุชิ)

สะพาน “ทซึโนะชิมะโอฮะชิ” แห่งนี้มีความยาวถึง 1,780 เมตร เปิดใช้ในปี ค.ศ. 2000 และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกหลังจากทิวทัศน์อันสวยงามแห่งท้องทะเล
สีโคบอลต์บลูของที่นี่ถูกใช้เป็นสภานที่ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ นักปั่นทั้งหลายจะได้โลดแล่นท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามและสายลมอันสดชื่นจากท้องทะเล

ที่อยู่ : Kanda, Hohoku-cho, Shimonoseki-shi, Yamaguchi
การเดินทาง : จาก Yamaguchi Ube Airport ขึ้น Airport Bus ใช้เวลาประมาณ 75 นาที มาลงที่สถานี JR Shimonoseki จากนั้นขึ้นรถไฟ JR Sanyo Main Line ใช้เวลาประมาณ 80 นาที มาลงที่สถานี JR Kottoi แล้วขึ้นรถบัสไปใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เว็บไซต์การท่องเที่ยวจังหวัดยะมะงุชิ
(ภาษาญี่ปุ่น) :
http://www.oidemase.or.jp/tourism-information/spots/11030
(ภาษาอังกฤษ) : http://www.visit-jy.com/english/shimonoseki/10826.html
bicycling-22
bicycling-23

(6) อิคิทซึกิซันเซ็ทเวย์ (นางาซากิ)

ถนนสายนี้วิ่งเลียบผ่านชายฝั่งทะเล และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันด้วยวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามสมชื่อ นอกจากนี้ทิวทัศน์ธรรมชาติกว้างไกลสุดสายตาของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นสีแดงสดของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ จมลงสู่ท้องทะเลสีฟ้าตัดกันงดงาม ภูเขาตระหง่านและหน้าผาสูงชัน หรือทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวแบบเปิด ก็ล้วนแต่ควรค่าแก่การมาเที่ยวชมให้ได้สักครั้ง

ที่อยู่ : Minami-men, Ikitsuki-cho, Hirado-shi, Nagasaki
การเดินทาง : จากเมือง Fukuoka นั่งรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 180 นาที
เว็บไซต์อิคิทซึกิซันเซ็ทเวย์
(ภาษาญี่ปุ่น) :
http://ikitsuki-sunsetway.com
bicycling-24
bicycling-25

(7) สะพานโคริโอฮะชิ (โอกินาวะ)

“สะพานโคริโอฮะชิ” เป็นสะพานที่ทอดตัวยาวเป็นเส้นตรงสู่เกาะซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเหนือท้องทะเลที่อุดมด้วยแนวปะการัง น้ำทะเลในแถบนี้ได้ชื่อว่าสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ในญี่ปุ่น และยังเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามช่วงเวลาในแต่ละวัน สะท้อนหลากหลายอารมณ์แห่งความงามให้เราได้ชื่นชม หากได้เดินข้ามไปบนสะพานที่โอบล้อมไว้ด้วยผืนฟ้ากว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุดและท้องทะเลสีเขียวมรกตแห่งนี้ ก็คงจะมีความสุขสดชื่นอย่างที่สุดเลยทีเดียว

ที่อยู่ : Kouri, Nakijin-son, Kunigami-gun, Okinawa
การเดินทาง : จาก Naha Airport นั่งรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 90 นาที
เว็บไซต์ เกาะโคริจิมะ
(ภาษาญี่ปุ่น) :
http://kourijima.info/about

หลังจากอ่านบทความชิ้นนี้แล้ว หวังว่าผู้มีใจรักการปั่นจักรยานทุกคนจะเกิดแรงบันดาลใจในการไปเที่ยวปั่นจักรยานในญี่ปุ่นกัน ด้วยความคล่องตัวกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ และรวดเร็วกว่าเดินเท้า การปั่นจักรยานจึงนับเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ในการเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อสร้างสรรค์ความทรงจำสุดพิเศษในแบบของคุณเอง